บ้านของคุณใช้น้ำยากำจัดปลวกกี่ลิตร? สูตรคำนวณและตารางสำเร็จรูป
คำนวณปริมาณน้ำยากำจัดปลวกจากพื้นที่ใต้อาคารด้วยสูตรสองบรรทัด พร้อมตารางเทียบตามขนาดบ้าน ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น และเหตุผลที่ตัวเลขหน้างานจริงต่างจากที่คำนวณไว้

ผู้เขียน
สุธีวัฒน์ ลือวรรณ
หัวหน้างานกำจัดแมลง

สรุปให้อ่านใน 1 นาที
ปริมาณน้ำยากำจัดปลวกคิดจากพื้นที่ใต้อาคาร ไม่ใช่พื้นที่ใช้สอย สูตรที่ WERT ใช้คือ น้ำเปล่า = พื้นที่ (ตารางเมตร) × 5 ลิตร และน้ำยาเข้มข้น = น้ำเปล่า ÷ 200 ตามอัตราผสม 1:200 ของคอมแพ็ค (Fipronil 5% W/V SC เลขทะเบียน วอส.1330/2554) บ้านกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร มีพื้นที่ใต้อาคาร 72 ตารางเมตร จึงใช้น้ำเปล่า 360 ลิตร น้ำยาเข้มข้น 1.8 ลิตร รวมเป็นน้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร ถ้ามีหัวรับน้ำยา 3 จุด เฉลี่ยจุดละประมาณ 120 ลิตร และพื้นที่ 72 ตารางเมตร อยู่ในช่วงแพ็กเกจ Pro ซึ่งรับไม่เกิน 100 ตารางเมตร ตัวเลขทั้งหมดใช้ตั้งต้นเท่านั้น ปริมาณจริงยึดฉลากผลิตภัณฑ์ สภาพดิน ความชื้น และสภาพระบบท่อจากการสำรวจหน้างาน WERT แนะนำให้อัดน้ำยาผ่านท่อใต้โครงสร้างปีละ 1 ครั้ง และไม่แนะนำให้เจ้าของบ้านผสมน้ำยาเอง
เจ้าของบ้านที่กำลังจะอัดน้ำยาป้องกันปลวกมักถามคำถามเดียวกัน คือบ้านหลังนี้ต้องใช้น้ำยากี่ลิตร คำตอบคำนวณได้ด้วยเลขสองบรรทัด บทความนี้พาคิดทีละขั้นจนได้ตัวเลขของบ้านคุณเอง
บ้านหลังหนึ่งใช้น้ำยากำจัดปลวกกี่ลิตร?
คิดจากพื้นที่ใต้อาคาร ไม่ใช่พื้นที่ใช้สอยทั้งหลัง สูตรที่ทีมช่างใช้ตั้งถังก่อนออกงานมีสองบรรทัด
น้ำเปล่าที่ใช้ผสม = พื้นที่ใต้อาคาร (ตารางเมตร) × 5 ลิตร
น้ำยาเข้มข้น = น้ำเปล่า ÷ 200
บ้านที่มีพื้นที่ใต้อาคาร 72 ตารางเมตร จึงใช้น้ำเปล่า 360 ลิตร และน้ำยาเข้มข้น 1.8 ลิตร รวมเป็นน้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร ถ้าไม่อยากคิดเอง กรอกความกว้างกับความยาวตัวบ้านลงในเครื่องคำนวณปริมาณน้ำยาของ WERT แล้วอ่านตัวเลขได้ทันที
น้ำเปล่า น้ำยาเข้มข้น และน้ำยาผสม ต่างกันตรงไหน?
สามคำนี้ถูกเรียกสลับกันบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขของแต่ละเจ้าเทียบกันไม่ค่อยได้ ตัวเลข 5 ลิตรต่อตารางเมตรคือ น้ำเปล่า ที่เติมลงถัง ไม่ใช่สารเคมีที่ตวงจากขวด
| คำที่ใช้ | หมายถึง | คิดจาก | บ้านตัวอย่าง 72 ตร.ม. |
|---|---|---|---|
| น้ำเปล่า | น้ำที่เติมลงถังผสม | พื้นที่ × 5 ลิตร | 360 ลิตร |
| น้ำยาเข้มข้น | สารที่ตวงออกจากขวดผลิตภัณฑ์ | น้ำเปล่า ÷ 200 | 1.8 ลิตร |
| น้ำยาผสมพร้อมอัด | ของเหลวที่อัดลงท่อจริง | น้ำเปล่า + น้ำยาเข้มข้น | 361.8 ลิตร |
อัตราผสม 1:200 ของคอมแพ็ค (COMPACT) หมายถึงน้ำยาเข้มข้น 1 ลิตร ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร เทียบให้เห็นภาพคือถังสเปรย์ที่เติมน้ำ 5 ลิตร ใช้น้ำยาเข้มข้นเพียง 25 มิลลิลิตร
เวลาอ่านใบเสนอราคาแล้วเจอคำว่า “น้ำยา 360 ลิตร” จึงควรถามให้ชัดว่านับน้ำในถังหรือสารจากขวด เพราะสองตัวเลขนี้ต่างกัน 200 เท่า
วัดพื้นที่ใต้อาคารอย่างไรให้ได้ตัวเลขที่ใช้ได้จริง?
พื้นที่ใต้อาคารคือส่วนที่ตัวบ้านวางทับดินอยู่ ไม่รวมสนาม ที่ว่างรอบบ้าน หรือลานจอดรถเปิดโล่ง วัดตัวบ้านเองได้จะแม่นที่สุด ถ้าวัดไม่ได้ยังมีอีกสองทางที่ให้ตัวเลขประมาณการพอใช้งาน
| ข้อมูลที่คุณมีอยู่ | วิธีคิดพื้นที่ใต้อาคาร | เหมาะกับบ้านแบบไหน |
|---|---|---|
| ความกว้างและความยาวตัวบ้าน | กว้าง × ยาว | บ้านที่เดินวัดรอบตัวอาคารได้ |
| พื้นที่ใช้สอย บ้านชั้นเดียว | ใช้ตัวเลขเต็ม | บ้านชั้นเดียวที่มีแบบบ้านหรือใบประกาศ |
| พื้นที่ใช้สอย บ้าน 2 ชั้น | พื้นที่ใช้สอย × 0.4 | บ้านสองชั้นที่รู้แต่พื้นที่ใช้สอยรวม |
| ขนาดที่ดินเป็นตารางวา | ตารางวา × 4 × 0.4 | คนที่มีแต่ตัวเลขจากโฉนดหรือประกาศขาย |
สองวิธีล่างเป็นการประมาณ เพราะบ้านสองชั้นวางทับดินไม่เท่ากับพื้นที่ใช้สอยรวม และที่ดินหนึ่งแปลงก็ไม่ได้ปลูกบ้านเต็มแปลง ตัวเลขที่ได้ใช้ตั้งต้นคุยกันได้ แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ลงในใบสั่งงาน
คำนวณทีละขั้น จากบ้านตัวอย่างกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร
ขั้นที่ 1 หาพื้นที่ใต้อาคาร
ตัวบ้านกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร คูณกันได้ 9 × 8 = 72 ตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นตัวตั้งของทุกขั้นถัดไป
ขั้นที่ 2 แปลงพื้นที่เป็นน้ำเปล่า
คูณพื้นที่ด้วย 5 ลิตร ได้ 72 × 5 = 360 ลิตร หมายถึงน้ำเปล่า 360 ลิตรที่ต้องเตรียมไว้ผสม ไม่ใช่ปริมาณสารเคมี
ขั้นที่ 3 หาปริมาณน้ำยาเข้มข้น
หารน้ำเปล่าด้วย 200 ตามอัตราผสมบนฉลาก ได้ 360 ÷ 200 = 1.8 ลิตร เมื่อรวมกับน้ำในถังจะได้น้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร
ขั้นที่ 4 เทียบว่าพื้นที่อยู่ในช่วงแพ็กเกจไหน
บ้าน 72 ตารางเมตรอยู่ในช่วง Pro ซึ่งรับพื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ดูช่วงพื้นที่และเงื่อนไขของแพ็กเกจอัดน้ำยารายปีก่อนตัดสินใจได้ ช่วงพื้นที่ใช้เทียบราคาเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ใช่ผลสำรวจหน้างาน
บ้านขนาดต่าง ๆ ใช้น้ำและน้ำยาเท่าไร?
ตารางนี้คำนวณด้วยสูตรเดียวกันทั้งหมด ใช้เทียบคร่าว ๆ ว่าบ้านขนาดใกล้เคียงกับของคุณจะใช้เท่าไร
| ขนาดตัวบ้าน | พื้นที่ใต้อาคาร | น้ำเปล่า | น้ำยาเข้มข้น | ช่วงแพ็กเกจรายปี |
|---|---|---|---|---|
| 6 × 8 เมตร | 48 ตร.ม. | 240 ลิตร | 1.2 ลิตร | Standard ไม่เกิน 65 ตร.ม. |
| 9 × 8 เมตร | 72 ตร.ม. | 360 ลิตร | 1.8 ลิตร | Pro ไม่เกิน 100 ตร.ม. |
| 8 × 10 เมตร | 80 ตร.ม. | 400 ลิตร | 2 ลิตร | Pro ไม่เกิน 100 ตร.ม. |
| 10 × 12 เมตร | 120 ตร.ม. | 600 ลิตร | 3 ลิตร | Pro Max ไม่เกิน 140 ตร.ม. |
| 12 × 14 เมตร | 168 ตร.ม. | 840 ลิตร | 4.2 ลิตร | เกินช่วง Pro Max ต้องประเมินเฉพาะหน้างาน |
ตัวเลขในตารางคำนวณจากขนาดตัวบ้านอย่างเดียว ส่วนปริมาณที่เขียนกำกับไว้ในแต่ละระดับบนหน้าแพ็กเกจเป็นปริมาณอ้างอิงของแพ็กเกจนั้น ถ้าสองตัวเลขไม่ตรงกัน ให้ยึดพื้นที่ที่วัดได้จริงแล้วให้ทีมช่างยืนยันอีกครั้งก่อนทำสัญญา
บ้านมีหัวรับน้ำยา 3 จุด ต้องอัดจุดละกี่ลิตร?
ตัวเลขที่ใช้วางแผนคือเอาปริมาณรวมหารด้วยจำนวนจุด บ้านตัวอย่างจึงได้ 360 ÷ 3 = 120 ลิตรต่อจุด
หน้างานจริงมักไม่ลงตัวเท่ากันทุกจุด บางจุดรับน้ำยาได้เร็วเพราะดินโปร่ง บางจุดตันหรือแตกจากการทรุดตัวของดิน ช่างจึงดูแรงดันและการไหลระหว่างอัด แล้วเกลี่ยปริมาณใหม่ให้ครบตามยอดรวม ไม่ได้ยึดตัวเลขหารเท่าเป็นกฎตายตัว
หัวรับน้ำยานี้บางบ้านเรียกหัวอัดน้ำยาหรือหัวท่อ ถ้ายังไม่รู้ว่าบ้านมีระบบนี้หรือเปล่า อ่านวิธีหาหัวรับน้ำยาและตรวจสภาพระบบท่อด้วยตัวเองก่อนได้
ทำไมตัวเลขที่คำนวณได้จึงยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย?
สูตรบอกปริมาณที่ควรเตรียม แต่หน้างานเป็นตัวตัดสินว่าน้ำยาลงดินได้จริงแค่ไหน ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขขยับมีดังนี้
- สภาพดิน เพราะดินทรายกับดินเหนียวอุ้มน้ำยาไม่เท่ากัน
- ความชื้นและระดับน้ำใต้ดิน ดินที่อิ่มน้ำอยู่แล้วรับน้ำยาได้น้อยลง
- สภาพระบบท่อ ทั้งท่อตัน ท่อแตก และท่อที่ถูกปิดทับ
- การต่อเติมบ้าน เพราะพื้นที่ที่เพิ่มมาทีหลังมักไม่มีท่อเดิมรองรับ
- จุดเสี่ยงเฉพาะหลัง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และแนวรอยต่อพื้นกับผนัง
บ้านในระยองและชลบุรีเจอสองเรื่องนี้บ่อย เรื่องแรกคือบ้านจัดสรรใหม่แถบปลวกแดง นิคมพัฒนา และศรีราชา ที่ฝังท่อไว้ตั้งแต่ก่อสร้างแต่เจ้าของไม่เคยเปิดใช้ เรื่องที่สองคือบ้านชายทะเลแถบบ้านฉาง สัตหีบ และบางแสน ที่ดินเป็นทราย น้ำยาจึงซึมลงเร็วกว่าดินเหนียว
ดูพื้นที่รับงานและเงื่อนไขฝั่งระยองทั้งแปดอำเภอหรือชลบุรีตั้งแต่ศรีราชาถึงพัทยาได้ก่อนนัดหมาย
เจ้าของบ้านผสมน้ำยาเองได้ไหม?
ไม่ควร แม้สูตรจะคำนวณตามได้ไม่ยาก เพราะน้ำยาที่ใช้เป็นวัตถุอันตรายที่ต้องใช้ตามฉลาก และงานบริการต้องมีผู้ควบคุมการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด
WERT ใช้คอมแพ็ค ตัวยาสำคัญ Fipronil 5% W/V SC เลขทะเบียน วอส.1330/2554 ผลิตโดยบริษัท ไอ ซี พี ลัดดา จำกัด เอกสารข้อมูลความปลอดภัยและใบแนบผลิตภัณฑ์เปิดให้อ่านได้ที่หน้าโปรไฟล์บริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ การผสมเข้มกว่าฉลากไม่ได้แปลว่าได้ผลดีขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และแหล่งน้ำโดยไม่จำเป็น ตัวอักษร SC ท้ายชื่อสารออกฤทธิ์บอกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้บอกความแรง อ่านความต่างระหว่างสูตร SC กับสูตร EC และผลต่อกลิ่นตอนทำงาน ได้
ควรอัดน้ำยาผ่านระบบท่อบ่อยแค่ไหน?
WERT แนะนำให้ตรวจเช็กระบบและอัดน้ำยาผ่านท่อใต้โครงสร้างปีละ 1 ครั้ง เพราะแนวป้องกันในดินเสื่อมลงตามเวลา ความชื้น และการรบกวนดินรอบบ้าน
แพ็กเกจรายปีจึงวางไว้เป็นการอัดน้ำยาลงดินปีละ 1 ครั้ง แล้วเสริมด้วยสเปรย์รอบบ้าน 2, 3 หรือ 5 ครั้งต่อปีตามระดับ Standard, Pro และ Pro Max ความถี่ที่เหมาะกับบ้านแต่ละหลังยังขึ้นกับประวัติการพบปลวกและสภาพพื้นที่ บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องปริมาณ ส่วนเกณฑ์ตัดสินว่าบ้านหลังไหนควรอัดซ้ำทั้งระบบหรือแค่ตรวจตามรอบ อยู่ในเกณฑ์ตัดสินรอบอัดน้ำยารายปีของแต่ละบ้าน
ตรวจอะไรควบคู่ไปกับการคำนวณน้ำยา?
ปริมาณน้ำยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน ก่อนอัดน้ำยาควรตรวจเช็กจุดเหล่านี้ไปพร้อมกัน
- ตำแหน่งและสภาพหัวรับน้ำยาใต้โครงสร้าง
- จุดอับชื้นบริเวณห้องน้ำ ห้องครัว และใต้ซิงก์ล้างจาน
- รอยต่อพื้น ผนัง และบัวพื้น
- วงกบไม้ ประตูไม้ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
- ดินชิดผนัง สวนหลังบ้าน และแนวท่อระบายน้ำ
- ทางเดินดินของปลวกหรือคราบดินตามผนัง
ถ้าพบร่องรอยที่ปลวกกำลังทำงานอยู่ การอัดน้ำยาอย่างเดียวอาจไม่พอ บางหลังต้องใช้ระบบเหยื่อร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พบและระดับการระบาด
สรุปตัวเลขของบ้านตัวอย่าง
- พื้นที่ใต้อาคาร 9 × 8 = 72 ตารางเมตร
- น้ำเปล่าที่ใช้ผสม 72 × 5 = 360 ลิตร
- น้ำยาเข้มข้นตามอัตรา 1:200 เท่ากับ 1.8 ลิตร
- น้ำยาผสมพร้อมอัดรวมประมาณ 361.8 ลิตร
- หัวรับน้ำยา 3 จุด เฉลี่ยจุดละประมาณ 120 ลิตร
- ช่วงพื้นที่อ้างอิงคือ Pro ซึ่งรับไม่เกิน 100 ตารางเมตร
ให้ทีมช่างคำนวณให้จากบ้านจริง
ตัวเลขในบทความนี้ใช้ตั้งต้นได้ทันที แต่บ้านที่ต่อเติมแล้ว บ้านที่ไม่รู้ตำแหน่งหัวรับน้ำยา และบ้านที่เคยพบปลวก ควรให้ช่างวัดพื้นที่และตรวจระบบก่อน
WERT สำรวจหน้างานในพื้นที่บริการหลักโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนเริ่มงานทุกครั้งจะแจ้งปริมาณน้ำยา วิธีทำงาน และรอบดูแลให้ทราบล่วงหน้า
อยากได้ตัวเลขคร่าว ๆ ไว้ตั้งต้นก่อน ส่งรูปหัวรับน้ำยาหรือขนาดบ้านมาทาง LINE @WERT หรือโทร 081-968-2294 ได้เลย ถ้าอยากได้ตัวเลขที่วัดจริงนัดวันให้ทีมเข้าสำรวจหน้างานไว้ล่วงหน้าได้
คำถามที่พบบ่อย
น้ำยากำจัดปลวกเข้มข้น 1 ลิตร ใช้ได้พื้นที่กี่ตารางเมตร?
ที่อัตราผสม 1:200 น้ำยาเข้มข้น 1 ลิตรผสมกับน้ำเปล่า 200 ลิตร และน้ำ 200 ลิตรคิดเป็นพื้นที่ใต้อาคารประมาณ 40 ตารางเมตร เมื่อใช้เกณฑ์ 5 ลิตรต่อตารางเมตร ตัวเลขนี้ใช้ประมาณการก่อนออกงาน ส่วนปริมาณจริงยึดฉลากผลิตภัณฑ์และสภาพหน้างาน
บ้าน 2 ชั้น ใช้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดมาคูณ 5 ได้เลยไหม?
ไม่ได้ เพราะพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสองชั้นไม่เท่ากับส่วนที่ตัวบ้านวางทับดิน วิธีประมาณคือเอาพื้นที่ใช้สอยคูณ 0.4 ก่อน แล้วค่อยคูณ 5 ลิตร ถ้าวัดความกว้างและความยาวตัวบ้านได้เอง ตัวเลขจะแม่นกว่าวิธีนี้
รู้แค่ขนาดที่ดินเป็นตารางวา คำนวณน้ำยาได้ไหม?
ได้แบบคร่าว ๆ โดยแปลงตารางวาเป็นตารางเมตรด้วยการคูณ 4 แล้วคูณ 0.4 เพื่อประมาณว่าตัวบ้านกินพื้นที่ในแปลงเท่าไร จากนั้นจึงคูณ 5 ลิตร ตัวเลขที่ได้ใช้ตั้งต้นคุยกันได้ แต่ควรให้ช่างวัดจริงก่อนทำงาน
อัดน้ำยาน้อยกว่าที่คำนวณไว้เพื่อประหยัดได้ไหม?
ไม่ควร เพราะแนวป้องกันใต้ดินทำงานจากความต่อเนื่อง ถ้าปริมาณไม่พอ น้ำยาจะกระจายไม่ทั่วแนวใต้พื้น และเหลือช่องให้ปลวกใต้ดินเดินผ่าน ส่วนการอัดมากเกินความจำเป็นก็ไม่ได้เพิ่มผล แต่เพิ่มสารเคมีในดินโดยเปล่าประโยชน์
ทำไมบริษัทกำจัดปลวกถึงถามขนาดบ้านก่อนเสนอราคา?
เพราะพื้นที่ใต้อาคารเป็นตัวกำหนดทั้งปริมาณน้ำยา เวลาทำงาน และช่วงแพ็กเกจที่เทียบได้ บ้าน 48 ตารางเมตรกับบ้าน 120 ตารางเมตรใช้น้ำต่างกันถึง 360 ลิตร ราคาที่เสนอโดยไม่ถามขนาดบ้านจึงเป็นตัวเลขที่ยังไม่ผูกกับงานจริง
บ้านที่ไม่มีท่ออัดน้ำยาใต้โครงสร้าง ใช้สูตรนี้ได้ไหม?
ใช้ประมาณปริมาณเบื้องต้นได้ แต่วิธีนำน้ำยาลงดินจะต่างออกไป เช่น เจาะพื้นเฉพาะตำแหน่งที่เหมาะสม อัดรอบแนวฐานราก หรือพิจารณาระบบเหยื่อแทน ทีมงานต้องดูโครงสร้างและพื้นที่ใช้งานจริงก่อนเลือกวิธี
อัดน้ำยาครบตามที่คำนวณแล้ว ปลวกจะไม่กลับมาอีกใช่ไหม?
ไม่มีวิธีใดที่ยืนยันได้ว่าปลวกจะไม่กลับมา เพราะปลวกใต้ดินเข้าพื้นที่ได้จากหลายทาง ทั้งความชื้น ดินรอบบ้าน รอยต่ออาคาร และแหล่งอาหารใหม่ สิ่งที่ทำได้คือรักษาแนวป้องกันให้ต่อเนื่อง ตรวจเช็กตามรอบ และแก้จุดเสี่ยงที่พบ
บริการในพื้นที่
ให้ทีม WERT ช่วยประเมินหน้างานจริง
อ่านรายละเอียดพื้นที่ วิธีบริการ ผลงาน และเงื่อนไขนัดสำรวจก่อนเลือกแผนที่เหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณ
Related articles


