บทความทั้งหมด

บ้านของคุณใช้น้ำยากำจัดปลวกกี่ลิตร? สูตรคำนวณและตารางสำเร็จรูป

คำนวณปริมาณน้ำยากำจัดปลวกจากพื้นที่ใต้อาคารด้วยสูตรสองบรรทัด พร้อมตารางเทียบตามขนาดบ้าน ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น และเหตุผลที่ตัวเลขหน้างานจริงต่างจากที่คำนวณไว้

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

ผู้เขียน

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

หัวหน้างานกำจัดแมลง

30 มิถุนายน 2569#กำจัดปลวก#ป้องกันปลวก#อัดน้ำยาป้องกันปลวก#น้ำยากำจัดปลวก#ท่ออัดน้ำยา#บริษัทกำจัดปลวก#ชลบุรี#ระยอง#คำนวณน้ำยากำจัดปลวก#ฟิโพรนิล#กำจัดปลวกชลบุรี#กำจัดปลวกระยอง
วิธีวัดขนาดบ้าน บ้านของคุณเพื่อคำนวณต้องใช้น้ำยากี่ลิตร จากผู้เชี่ยวชาญกำจัดปลวกระยอง ชลบุรี

สรุปให้อ่านใน 1 นาที

ปริมาณน้ำยากำจัดปลวกคิดจากพื้นที่ใต้อาคาร ไม่ใช่พื้นที่ใช้สอย สูตรที่ WERT ใช้คือ น้ำเปล่า = พื้นที่ (ตารางเมตร) × 5 ลิตร และน้ำยาเข้มข้น = น้ำเปล่า ÷ 200 ตามอัตราผสม 1:200 ของคอมแพ็ค (Fipronil 5% W/V SC เลขทะเบียน วอส.1330/2554) บ้านกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร มีพื้นที่ใต้อาคาร 72 ตารางเมตร จึงใช้น้ำเปล่า 360 ลิตร น้ำยาเข้มข้น 1.8 ลิตร รวมเป็นน้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร ถ้ามีหัวรับน้ำยา 3 จุด เฉลี่ยจุดละประมาณ 120 ลิตร และพื้นที่ 72 ตารางเมตร อยู่ในช่วงแพ็กเกจ Pro ซึ่งรับไม่เกิน 100 ตารางเมตร ตัวเลขทั้งหมดใช้ตั้งต้นเท่านั้น ปริมาณจริงยึดฉลากผลิตภัณฑ์ สภาพดิน ความชื้น และสภาพระบบท่อจากการสำรวจหน้างาน WERT แนะนำให้อัดน้ำยาผ่านท่อใต้โครงสร้างปีละ 1 ครั้ง และไม่แนะนำให้เจ้าของบ้านผสมน้ำยาเอง

เจ้าของบ้านที่กำลังจะอัดน้ำยาป้องกันปลวกมักถามคำถามเดียวกัน คือบ้านหลังนี้ต้องใช้น้ำยากี่ลิตร คำตอบคำนวณได้ด้วยเลขสองบรรทัด บทความนี้พาคิดทีละขั้นจนได้ตัวเลขของบ้านคุณเอง

บ้านหลังหนึ่งใช้น้ำยากำจัดปลวกกี่ลิตร?

คิดจากพื้นที่ใต้อาคาร ไม่ใช่พื้นที่ใช้สอยทั้งหลัง สูตรที่ทีมช่างใช้ตั้งถังก่อนออกงานมีสองบรรทัด

น้ำเปล่าที่ใช้ผสม = พื้นที่ใต้อาคาร (ตารางเมตร) × 5 ลิตร

น้ำยาเข้มข้น = น้ำเปล่า ÷ 200

บ้านที่มีพื้นที่ใต้อาคาร 72 ตารางเมตร จึงใช้น้ำเปล่า 360 ลิตร และน้ำยาเข้มข้น 1.8 ลิตร รวมเป็นน้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร ถ้าไม่อยากคิดเอง กรอกความกว้างกับความยาวตัวบ้านลงในเครื่องคำนวณปริมาณน้ำยาของ WERT แล้วอ่านตัวเลขได้ทันที

น้ำเปล่า น้ำยาเข้มข้น และน้ำยาผสม ต่างกันตรงไหน?

สามคำนี้ถูกเรียกสลับกันบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขของแต่ละเจ้าเทียบกันไม่ค่อยได้ ตัวเลข 5 ลิตรต่อตารางเมตรคือ น้ำเปล่า ที่เติมลงถัง ไม่ใช่สารเคมีที่ตวงจากขวด

คำที่ใช้หมายถึงคิดจากบ้านตัวอย่าง 72 ตร.ม.
น้ำเปล่าน้ำที่เติมลงถังผสมพื้นที่ × 5 ลิตร360 ลิตร
น้ำยาเข้มข้นสารที่ตวงออกจากขวดผลิตภัณฑ์น้ำเปล่า ÷ 2001.8 ลิตร
น้ำยาผสมพร้อมอัดของเหลวที่อัดลงท่อจริงน้ำเปล่า + น้ำยาเข้มข้น361.8 ลิตร

อัตราผสม 1:200 ของคอมแพ็ค (COMPACT) หมายถึงน้ำยาเข้มข้น 1 ลิตร ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร เทียบให้เห็นภาพคือถังสเปรย์ที่เติมน้ำ 5 ลิตร ใช้น้ำยาเข้มข้นเพียง 25 มิลลิลิตร

เวลาอ่านใบเสนอราคาแล้วเจอคำว่า “น้ำยา 360 ลิตร” จึงควรถามให้ชัดว่านับน้ำในถังหรือสารจากขวด เพราะสองตัวเลขนี้ต่างกัน 200 เท่า

วัดพื้นที่ใต้อาคารอย่างไรให้ได้ตัวเลขที่ใช้ได้จริง?

พื้นที่ใต้อาคารคือส่วนที่ตัวบ้านวางทับดินอยู่ ไม่รวมสนาม ที่ว่างรอบบ้าน หรือลานจอดรถเปิดโล่ง วัดตัวบ้านเองได้จะแม่นที่สุด ถ้าวัดไม่ได้ยังมีอีกสองทางที่ให้ตัวเลขประมาณการพอใช้งาน

ข้อมูลที่คุณมีอยู่วิธีคิดพื้นที่ใต้อาคารเหมาะกับบ้านแบบไหน
ความกว้างและความยาวตัวบ้านกว้าง × ยาวบ้านที่เดินวัดรอบตัวอาคารได้
พื้นที่ใช้สอย บ้านชั้นเดียวใช้ตัวเลขเต็มบ้านชั้นเดียวที่มีแบบบ้านหรือใบประกาศ
พื้นที่ใช้สอย บ้าน 2 ชั้นพื้นที่ใช้สอย × 0.4บ้านสองชั้นที่รู้แต่พื้นที่ใช้สอยรวม
ขนาดที่ดินเป็นตารางวาตารางวา × 4 × 0.4คนที่มีแต่ตัวเลขจากโฉนดหรือประกาศขาย

สองวิธีล่างเป็นการประมาณ เพราะบ้านสองชั้นวางทับดินไม่เท่ากับพื้นที่ใช้สอยรวม และที่ดินหนึ่งแปลงก็ไม่ได้ปลูกบ้านเต็มแปลง ตัวเลขที่ได้ใช้ตั้งต้นคุยกันได้ แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ลงในใบสั่งงาน

คำนวณทีละขั้น จากบ้านตัวอย่างกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร

ขั้นที่ 1 หาพื้นที่ใต้อาคาร

ตัวบ้านกว้าง 9 เมตร ยาว 8 เมตร คูณกันได้ 9 × 8 = 72 ตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นตัวตั้งของทุกขั้นถัดไป

ขั้นที่ 2 แปลงพื้นที่เป็นน้ำเปล่า

คูณพื้นที่ด้วย 5 ลิตร ได้ 72 × 5 = 360 ลิตร หมายถึงน้ำเปล่า 360 ลิตรที่ต้องเตรียมไว้ผสม ไม่ใช่ปริมาณสารเคมี

ขั้นที่ 3 หาปริมาณน้ำยาเข้มข้น

หารน้ำเปล่าด้วย 200 ตามอัตราผสมบนฉลาก ได้ 360 ÷ 200 = 1.8 ลิตร เมื่อรวมกับน้ำในถังจะได้น้ำยาผสมพร้อมอัดประมาณ 361.8 ลิตร

ขั้นที่ 4 เทียบว่าพื้นที่อยู่ในช่วงแพ็กเกจไหน

บ้าน 72 ตารางเมตรอยู่ในช่วง Pro ซึ่งรับพื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ดูช่วงพื้นที่และเงื่อนไขของแพ็กเกจอัดน้ำยารายปีก่อนตัดสินใจได้ ช่วงพื้นที่ใช้เทียบราคาเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ใช่ผลสำรวจหน้างาน

บ้านขนาดต่าง ๆ ใช้น้ำและน้ำยาเท่าไร?

ตารางนี้คำนวณด้วยสูตรเดียวกันทั้งหมด ใช้เทียบคร่าว ๆ ว่าบ้านขนาดใกล้เคียงกับของคุณจะใช้เท่าไร

ขนาดตัวบ้านพื้นที่ใต้อาคารน้ำเปล่าน้ำยาเข้มข้นช่วงแพ็กเกจรายปี
6 × 8 เมตร48 ตร.ม.240 ลิตร1.2 ลิตรStandard ไม่เกิน 65 ตร.ม.
9 × 8 เมตร72 ตร.ม.360 ลิตร1.8 ลิตรPro ไม่เกิน 100 ตร.ม.
8 × 10 เมตร80 ตร.ม.400 ลิตร2 ลิตรPro ไม่เกิน 100 ตร.ม.
10 × 12 เมตร120 ตร.ม.600 ลิตร3 ลิตรPro Max ไม่เกิน 140 ตร.ม.
12 × 14 เมตร168 ตร.ม.840 ลิตร4.2 ลิตรเกินช่วง Pro Max ต้องประเมินเฉพาะหน้างาน

ตัวเลขในตารางคำนวณจากขนาดตัวบ้านอย่างเดียว ส่วนปริมาณที่เขียนกำกับไว้ในแต่ละระดับบนหน้าแพ็กเกจเป็นปริมาณอ้างอิงของแพ็กเกจนั้น ถ้าสองตัวเลขไม่ตรงกัน ให้ยึดพื้นที่ที่วัดได้จริงแล้วให้ทีมช่างยืนยันอีกครั้งก่อนทำสัญญา

บ้านมีหัวรับน้ำยา 3 จุด ต้องอัดจุดละกี่ลิตร?

ตัวเลขที่ใช้วางแผนคือเอาปริมาณรวมหารด้วยจำนวนจุด บ้านตัวอย่างจึงได้ 360 ÷ 3 = 120 ลิตรต่อจุด

หน้างานจริงมักไม่ลงตัวเท่ากันทุกจุด บางจุดรับน้ำยาได้เร็วเพราะดินโปร่ง บางจุดตันหรือแตกจากการทรุดตัวของดิน ช่างจึงดูแรงดันและการไหลระหว่างอัด แล้วเกลี่ยปริมาณใหม่ให้ครบตามยอดรวม ไม่ได้ยึดตัวเลขหารเท่าเป็นกฎตายตัว

หัวรับน้ำยานี้บางบ้านเรียกหัวอัดน้ำยาหรือหัวท่อ ถ้ายังไม่รู้ว่าบ้านมีระบบนี้หรือเปล่า อ่านวิธีหาหัวรับน้ำยาและตรวจสภาพระบบท่อด้วยตัวเองก่อนได้

ทำไมตัวเลขที่คำนวณได้จึงยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย?

สูตรบอกปริมาณที่ควรเตรียม แต่หน้างานเป็นตัวตัดสินว่าน้ำยาลงดินได้จริงแค่ไหน ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขขยับมีดังนี้

  • สภาพดิน เพราะดินทรายกับดินเหนียวอุ้มน้ำยาไม่เท่ากัน
  • ความชื้นและระดับน้ำใต้ดิน ดินที่อิ่มน้ำอยู่แล้วรับน้ำยาได้น้อยลง
  • สภาพระบบท่อ ทั้งท่อตัน ท่อแตก และท่อที่ถูกปิดทับ
  • การต่อเติมบ้าน เพราะพื้นที่ที่เพิ่มมาทีหลังมักไม่มีท่อเดิมรองรับ
  • จุดเสี่ยงเฉพาะหลัง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และแนวรอยต่อพื้นกับผนัง

บ้านในระยองและชลบุรีเจอสองเรื่องนี้บ่อย เรื่องแรกคือบ้านจัดสรรใหม่แถบปลวกแดง นิคมพัฒนา และศรีราชา ที่ฝังท่อไว้ตั้งแต่ก่อสร้างแต่เจ้าของไม่เคยเปิดใช้ เรื่องที่สองคือบ้านชายทะเลแถบบ้านฉาง สัตหีบ และบางแสน ที่ดินเป็นทราย น้ำยาจึงซึมลงเร็วกว่าดินเหนียว

ดูพื้นที่รับงานและเงื่อนไขฝั่งระยองทั้งแปดอำเภอหรือชลบุรีตั้งแต่ศรีราชาถึงพัทยาได้ก่อนนัดหมาย

เจ้าของบ้านผสมน้ำยาเองได้ไหม?

ไม่ควร แม้สูตรจะคำนวณตามได้ไม่ยาก เพราะน้ำยาที่ใช้เป็นวัตถุอันตรายที่ต้องใช้ตามฉลาก และงานบริการต้องมีผู้ควบคุมการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด

WERT ใช้คอมแพ็ค ตัวยาสำคัญ Fipronil 5% W/V SC เลขทะเบียน วอส.1330/2554 ผลิตโดยบริษัท ไอ ซี พี ลัดดา จำกัด เอกสารข้อมูลความปลอดภัยและใบแนบผลิตภัณฑ์เปิดให้อ่านได้ที่หน้าโปรไฟล์บริษัทและเอกสารผลิตภัณฑ์ การผสมเข้มกว่าฉลากไม่ได้แปลว่าได้ผลดีขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และแหล่งน้ำโดยไม่จำเป็น ตัวอักษร SC ท้ายชื่อสารออกฤทธิ์บอกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้บอกความแรง อ่านความต่างระหว่างสูตร SC กับสูตร EC และผลต่อกลิ่นตอนทำงาน ได้

ควรอัดน้ำยาผ่านระบบท่อบ่อยแค่ไหน?

WERT แนะนำให้ตรวจเช็กระบบและอัดน้ำยาผ่านท่อใต้โครงสร้างปีละ 1 ครั้ง เพราะแนวป้องกันในดินเสื่อมลงตามเวลา ความชื้น และการรบกวนดินรอบบ้าน

แพ็กเกจรายปีจึงวางไว้เป็นการอัดน้ำยาลงดินปีละ 1 ครั้ง แล้วเสริมด้วยสเปรย์รอบบ้าน 2, 3 หรือ 5 ครั้งต่อปีตามระดับ Standard, Pro และ Pro Max ความถี่ที่เหมาะกับบ้านแต่ละหลังยังขึ้นกับประวัติการพบปลวกและสภาพพื้นที่ บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องปริมาณ ส่วนเกณฑ์ตัดสินว่าบ้านหลังไหนควรอัดซ้ำทั้งระบบหรือแค่ตรวจตามรอบ อยู่ในเกณฑ์ตัดสินรอบอัดน้ำยารายปีของแต่ละบ้าน

ตรวจอะไรควบคู่ไปกับการคำนวณน้ำยา?

ปริมาณน้ำยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน ก่อนอัดน้ำยาควรตรวจเช็กจุดเหล่านี้ไปพร้อมกัน

  • ตำแหน่งและสภาพหัวรับน้ำยาใต้โครงสร้าง
  • จุดอับชื้นบริเวณห้องน้ำ ห้องครัว และใต้ซิงก์ล้างจาน
  • รอยต่อพื้น ผนัง และบัวพื้น
  • วงกบไม้ ประตูไม้ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
  • ดินชิดผนัง สวนหลังบ้าน และแนวท่อระบายน้ำ
  • ทางเดินดินของปลวกหรือคราบดินตามผนัง

ถ้าพบร่องรอยที่ปลวกกำลังทำงานอยู่ การอัดน้ำยาอย่างเดียวอาจไม่พอ บางหลังต้องใช้ระบบเหยื่อร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พบและระดับการระบาด

สรุปตัวเลขของบ้านตัวอย่าง

  • พื้นที่ใต้อาคาร 9 × 8 = 72 ตารางเมตร
  • น้ำเปล่าที่ใช้ผสม 72 × 5 = 360 ลิตร
  • น้ำยาเข้มข้นตามอัตรา 1:200 เท่ากับ 1.8 ลิตร
  • น้ำยาผสมพร้อมอัดรวมประมาณ 361.8 ลิตร
  • หัวรับน้ำยา 3 จุด เฉลี่ยจุดละประมาณ 120 ลิตร
  • ช่วงพื้นที่อ้างอิงคือ Pro ซึ่งรับไม่เกิน 100 ตารางเมตร

ให้ทีมช่างคำนวณให้จากบ้านจริง

ตัวเลขในบทความนี้ใช้ตั้งต้นได้ทันที แต่บ้านที่ต่อเติมแล้ว บ้านที่ไม่รู้ตำแหน่งหัวรับน้ำยา และบ้านที่เคยพบปลวก ควรให้ช่างวัดพื้นที่และตรวจระบบก่อน

WERT สำรวจหน้างานในพื้นที่บริการหลักโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนเริ่มงานทุกครั้งจะแจ้งปริมาณน้ำยา วิธีทำงาน และรอบดูแลให้ทราบล่วงหน้า

อยากได้ตัวเลขคร่าว ๆ ไว้ตั้งต้นก่อน ส่งรูปหัวรับน้ำยาหรือขนาดบ้านมาทาง LINE @WERT หรือโทร 081-968-2294 ได้เลย ถ้าอยากได้ตัวเลขที่วัดจริงนัดวันให้ทีมเข้าสำรวจหน้างานไว้ล่วงหน้าได้

คำถามที่พบบ่อย

น้ำยากำจัดปลวกเข้มข้น 1 ลิตร ใช้ได้พื้นที่กี่ตารางเมตร?

ที่อัตราผสม 1:200 น้ำยาเข้มข้น 1 ลิตรผสมกับน้ำเปล่า 200 ลิตร และน้ำ 200 ลิตรคิดเป็นพื้นที่ใต้อาคารประมาณ 40 ตารางเมตร เมื่อใช้เกณฑ์ 5 ลิตรต่อตารางเมตร ตัวเลขนี้ใช้ประมาณการก่อนออกงาน ส่วนปริมาณจริงยึดฉลากผลิตภัณฑ์และสภาพหน้างาน

บ้าน 2 ชั้น ใช้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดมาคูณ 5 ได้เลยไหม?

ไม่ได้ เพราะพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสองชั้นไม่เท่ากับส่วนที่ตัวบ้านวางทับดิน วิธีประมาณคือเอาพื้นที่ใช้สอยคูณ 0.4 ก่อน แล้วค่อยคูณ 5 ลิตร ถ้าวัดความกว้างและความยาวตัวบ้านได้เอง ตัวเลขจะแม่นกว่าวิธีนี้

รู้แค่ขนาดที่ดินเป็นตารางวา คำนวณน้ำยาได้ไหม?

ได้แบบคร่าว ๆ โดยแปลงตารางวาเป็นตารางเมตรด้วยการคูณ 4 แล้วคูณ 0.4 เพื่อประมาณว่าตัวบ้านกินพื้นที่ในแปลงเท่าไร จากนั้นจึงคูณ 5 ลิตร ตัวเลขที่ได้ใช้ตั้งต้นคุยกันได้ แต่ควรให้ช่างวัดจริงก่อนทำงาน

อัดน้ำยาน้อยกว่าที่คำนวณไว้เพื่อประหยัดได้ไหม?

ไม่ควร เพราะแนวป้องกันใต้ดินทำงานจากความต่อเนื่อง ถ้าปริมาณไม่พอ น้ำยาจะกระจายไม่ทั่วแนวใต้พื้น และเหลือช่องให้ปลวกใต้ดินเดินผ่าน ส่วนการอัดมากเกินความจำเป็นก็ไม่ได้เพิ่มผล แต่เพิ่มสารเคมีในดินโดยเปล่าประโยชน์

ทำไมบริษัทกำจัดปลวกถึงถามขนาดบ้านก่อนเสนอราคา?

เพราะพื้นที่ใต้อาคารเป็นตัวกำหนดทั้งปริมาณน้ำยา เวลาทำงาน และช่วงแพ็กเกจที่เทียบได้ บ้าน 48 ตารางเมตรกับบ้าน 120 ตารางเมตรใช้น้ำต่างกันถึง 360 ลิตร ราคาที่เสนอโดยไม่ถามขนาดบ้านจึงเป็นตัวเลขที่ยังไม่ผูกกับงานจริง

บ้านที่ไม่มีท่ออัดน้ำยาใต้โครงสร้าง ใช้สูตรนี้ได้ไหม?

ใช้ประมาณปริมาณเบื้องต้นได้ แต่วิธีนำน้ำยาลงดินจะต่างออกไป เช่น เจาะพื้นเฉพาะตำแหน่งที่เหมาะสม อัดรอบแนวฐานราก หรือพิจารณาระบบเหยื่อแทน ทีมงานต้องดูโครงสร้างและพื้นที่ใช้งานจริงก่อนเลือกวิธี

อัดน้ำยาครบตามที่คำนวณแล้ว ปลวกจะไม่กลับมาอีกใช่ไหม?

ไม่มีวิธีใดที่ยืนยันได้ว่าปลวกจะไม่กลับมา เพราะปลวกใต้ดินเข้าพื้นที่ได้จากหลายทาง ทั้งความชื้น ดินรอบบ้าน รอยต่ออาคาร และแหล่งอาหารใหม่ สิ่งที่ทำได้คือรักษาแนวป้องกันให้ต่อเนื่อง ตรวจเช็กตามรอบ และแก้จุดเสี่ยงที่พบ

บริการในพื้นที่

ให้ทีม WERT ช่วยประเมินหน้างานจริง

อ่านรายละเอียดพื้นที่ วิธีบริการ ผลงาน และเงื่อนไขนัดสำรวจก่อนเลือกแผนที่เหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณ

Related articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →