บทความทั้งหมด

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวกใต้บ้านคืออะไร? หาหัวรับน้ำยาและตรวจสภาพระบบ

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวกใต้บ้านคือท่อที่วางไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ใช้ส่งน้ำยาลงชั้นดินโดยไม่ต้องเจาะพื้นใหม่ทุกครั้ง บทความนี้พาดูว่าระบบประกอบด้วยอะไร หัวรับน้ำยาอยู่ตรงไหน ตรวจเองอย่างไรว่ายังใช้งานได้ และถ้าท่อตันหรือแตกแล้วยังมีทางป้องกันปลวกแบบไหนเหลืออยู่

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

ผู้เขียน

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

หัวหน้างานกำจัดแมลง

3 สิงหาคม 2569#ระบบท่ออัดน้ำยาปลวก#ท่ออัดน้ำยาปลวก#ป้องกันปลวก#กำจัดปลวก#ระบบป้องกันปลวก#บ้านใหม่#บ้านจัดสรร#ชลบุรี#ระยอง#WERT#หัวรับน้ำยา#หัวท่ออัดน้ำยา#อัดน้ำยาป้องกันปลวก#ท่ออัดน้ำยา#บริษัทกำจัดปลวก#กำจัดปลวกชลบุรี#กำจัดปลวกระยอง
เจ้าหน้าที่ WERT กำลังตรวจสอบหัวท่ออัดน้ำยาปลวกบริเวณข้างบ้านก่อนให้บริการป้องกันปลวก

สรุปให้อ่านใน 1 นาที

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวกใต้บ้าน คือท่อที่วางใต้พื้นหรือตามแนวฐานรากตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง มีหัวพ่นกระจายน้ำยาเป็นระยะ และจบที่หัวรับน้ำยานอกอาคารในกล่องฝาปิด ตัวท่อไม่ได้กำจัดปลวก เป็นเพียงช่องทางส่งน้ำยาลงชั้นดิน บ้านจัดสรรที่วางระบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้างมักมี ส่วนบ้านสร้างเองและบ้านรุ่นเก่ามักไม่มี หัวรับน้ำยาพบบ่อยที่โรงรถ ข้างบ้าน หลังบ้าน และช่องเซอร์วิส บางหลังมีเพียง 2–3 จุด ระบบอาจอุดตัน แตกจากดินทรุด หรือถูกปิดทับจากงานต่อเติม ช่างจึงต้องทดสอบการไหล แรงดัน และการรั่วซึมก่อนอัดน้ำยาทุกครั้ง งานอัดน้ำยาลงดินใช้อัตราอ้างอิงประมาณ 5 ลิตรต่อพื้นที่หน้าดิน 1 ตารางเมตร ตัวเลขนี้คือน้ำที่เติมลงถังผสม ส่วนน้ำยาเข้มข้นคือน้ำหารด้วย 200 ตามอัตราผสมบนฉลาก หากระบบใช้งานไม่ได้ ยังป้องกันปลวกได้ด้วยการเจาะพื้นเฉพาะจุด อัดน้ำยาตามแนวฐานราก หรือใช้ระบบเหยื่อกำจัดปลวก

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวกใต้บ้านคืออะไร?

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวก คือท่อที่วางไว้ใต้พื้นหรือตามแนวฐานรากตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง ใช้เป็นช่องทางส่งน้ำยาป้องกันปลวกลงสู่ชั้นดินใต้ตัวบ้าน เมื่อถึงรอบบริการ ช่างจะต่อสายอัดน้ำยาเข้ากับหัวรับน้ำยาที่อยู่นอกอาคาร แล้วอัดน้ำยาให้กระจายผ่านแนวท่อลงดิน โดยไม่ต้องเจาะพื้นใหม่ทุกครั้ง

ตัวท่อไม่ได้กำจัดปลวกด้วยตัวเอง เป็นเพียงทางผ่านของน้ำยาเท่านั้น ผลการป้องกันจึงขึ้นอยู่กับสภาพท่อ ปริมาณน้ำยาที่ลงถึงดินจริง และความต่อเนื่องของรอบบริการ

ระบบท่อประกอบด้วยอะไรบ้าง?

แต่ละโครงการออกแบบแนวท่อไม่เหมือนกัน แต่ส่วนประกอบหลักเหมือนกันทุกระบบ

  • ท่อเดินแนว วางใต้พื้นหรือตามแนวฐานราก เป็นเส้นทางหลักของน้ำยา
  • หัวพ่น ติดไว้เป็นระยะตลอดแนวท่อ ทำหน้าที่กระจายน้ำยาลงดิน
  • ข้อต่อและอุปกรณ์ยึด ตรึงแนวท่อให้อยู่กับที่ระหว่างเทพื้นและถมดิน
  • หัวรับน้ำยา ปลายทางที่โผล่ออกนอกอาคาร อยู่ในกล่องที่มีฝาปิด

ระบบที่ทีม WERT ติดตั้งใหม่ใช้ท่อ HDPE ขนาด 20 มิลลิเมตร เว้นระยะหัวพ่นประมาณ 60–80 เซนติเมตร และจบที่หัวรับน้ำยานอกอาคารพร้อมกล่องฝาปิด ตัวเลขชุดนี้เป็นสเปกของงานติดตั้งใหม่ บ้านที่โครงการวางระบบไว้เองอาจใช้วัสดุและระยะที่ต่างออกไป ซึ่งดูได้จากแบบก่อสร้างหรือเอกสารส่งมอบบ้าน

ทำไมระบบท่อต้องติดตั้งก่อนเทพื้น?

เพราะแนวท่อต้องอยู่ใต้โครงสร้างที่เททับแล้ว การวางท่อจึงทำได้เฉพาะช่วงที่พื้นยังเปิดอยู่ บ้านที่เลยช่วงนั้นมาแล้วไม่ได้หมดทางป้องกัน เพียงแต่ต้องใช้วิธีอื่นแทน อ่านลำดับงานฝั่งบ้านสร้างใหม่ได้ที่บทความว่าด้วยการวางระบบป้องกันปลวกตั้งแต่ก่อนเทพื้น

หัวรับน้ำยาอยู่ตรงไหนของบ้าน?

หัวรับน้ำยามักถูกซ่อนอยู่ใต้ฝาปิดพลาสติกหรือฝาคอนกรีตที่กลืนไปกับพื้น เจ้าของบ้านหลายหลังจึงเดินผ่านทุกวันโดยไม่รู้ว่าคืออะไร

ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ โรงรถ ข้างบ้าน หลังบ้าน ห้องเก็บของ และช่องเซอร์วิส บางหลังมีเพียง 2–3 จุด บางหลังมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านและการออกแบบของแต่ละโครงการ

จำนวนหัวรับน้ำยาไม่ได้บอกว่าบ้านหลังไหนป้องกันได้ดีกว่ากัน สิ่งที่บอกได้คือจุดเหล่านั้นยังเปิดใช้งานได้จริงกี่จุด

บ้านของคุณมีระบบท่ออัดน้ำยาหรือไม่ ตรวจเองอย่างไร?

บ้านจัดสรรและบ้านที่โครงการวางระบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้างมักมีระบบนี้ ส่วนบ้านสร้างเองและบ้านรุ่นเก่ามักไม่มี วิธีตรวจเรียงจากที่ใช้เวลาน้อยที่สุดไปหามากที่สุดได้ดังนี้

  1. สอบถามโครงการหรือนิติบุคคลว่าบ้านรุ่นนี้วางระบบท่อไว้หรือไม่
  2. เปิดแบบก่อสร้างและเอกสารส่งมอบบ้าน มองหาผังแนวท่อป้องกันปลวก
  3. เดินรอบบ้าน มองหากล่องฝาปิดขนาดเล็กที่พื้น โดยเฉพาะแถวโรงรถและข้างบ้าน
  4. ให้ช่างเข้าสำรวจหน้างาน ซึ่งจะได้คำตอบพร้อมสภาพของระบบในครั้งเดียว

อัดน้ำยาผ่านท่อเดิมกับเจาะพื้นอัดน้ำยา ต่างกันตรงไหน?

สองวิธีนี้ปลายทางเหมือนกัน คือพาน้ำยาลงไปที่ชั้นดินใต้บ้าน แต่ผลกระทบต่อพื้นบ้านและสิ่งที่ต้องตรวจก่อนเริ่มงานต่างกันชัดเจน

หัวข้ออัดน้ำยาผ่านระบบท่อเดิมเจาะพื้นอัดน้ำยา
ผลกระทบกับพื้นบ้านไม่ต้องเจาะพื้น ถ้าระบบยังใช้งานได้ต้องเจาะรูตามแนวที่กำหนดแล้วอุดกลับ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนเริ่มงานทดสอบการไหล แรงดัน และการรั่วซึมของแนวท่อสำรวจแนวคาน จุดสัมผัสดิน และงานระบบใต้พื้น
เวลาทำงานต่อรอบสั้นกว่า เมื่อหัวรับน้ำยาเปิดใช้ได้ครบนานกว่า เพราะต้องเจาะและอุดกลับทีละจุด
ความแน่นอนของการกระจายน้ำยามองไม่เห็นแนวท่อใต้พื้น ต้องอาศัยผลทดสอบเห็นจุดที่น้ำยาลงดินโดยตรงทุกจุด
ข้อจำกัดหลักอุดตัน แตกจากดินทรุด หรือถูกปิดทับจากงานต่อเติมฝุ่น เสียง และรอยอุดบนพื้นที่ใช้งาน
เหมาะกับบ้านแบบไหนบ้านที่วางระบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้างและระบบยังดีบ้านที่ไม่มีระบบท่อ หรือระบบเดิมใช้งานไม่ได้แล้ว

ปริมาณน้ำยาที่ต้องใช้ไม่ได้ต่างกันเพราะวิธี แต่ต่างกันเพราะขนาดพื้นที่ใต้อาคาร ถ้าอยากเห็นตัวเลขของบ้านตัวเองก่อนคุยกับช่าง ลองคำนวณพื้นที่ใต้อาคารและปริมาณน้ำที่ต้องผสมในหนึ่งรอบ ดูก่อนได้

ระบบท่อที่ยังใช้งานได้ ต่างจากท่อที่เสียแล้วอย่างไร?

ความต่างไม่ได้อยู่ที่อายุของบ้าน แต่อยู่ที่ว่าน้ำยายังไหลจากหัวรับน้ำยาไปถึงดินได้หรือไม่ ตารางข้างล่างคือสิ่งที่เจ้าของบ้านพอดูเองได้ก่อนเรียกช่าง

สิ่งที่เจอตอนเปิดฝากล่องมักแปลว่าอะไรควรทำอะไรต่อ
หัวรับน้ำยาสะอาด ฝาปิดครบระบบน่าจะยังเข้าถึงได้ให้ช่างทดสอบการไหลก่อนอัดน้ำยารอบถัดไป
มีดินหรือทรายทับปากหัวรับน้ำยาปากท่ออาจอุดตันแจ้งช่างก่อน อย่าใช้น้ำฉีดไล่เอง
ฝากล่องหาย หรือถูกปูนปิดทับจุดนั้นใช้งานไม่ได้แล้วให้ช่างหาจุดอื่น หรือวางแนวเจาะทดแทน
อัดน้ำยาแล้วไหลย้อนขึ้นมาที่หัวท่อช่วงนั้นตันหรือแตกหยุดอัดจุดนั้น แล้วประเมินทั้งระบบใหม่
หาหัวรับน้ำยาไม่เจอสักจุดบ้านอาจไม่เคยมีระบบนี้ตรวจแบบก่อสร้าง หรือให้ช่างสำรวจหน้างาน

อะไรทำให้ระบบท่อเสียก่อนเวลา?

สาเหตุที่พบบ่อยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นหลังเจ้าของบ้านเข้าอยู่แล้ว ไม่ใช่ตอนติดตั้ง

  • งานต่อเติม เทพื้นครัวหลังบ้านหรือปูกระเบื้องทับ แล้วหัวรับน้ำยาหายไปกับพื้นใหม่
  • การขุดงานระบบ ซ่อมท่อน้ำหรือเดินสายไฟใหม่ แล้วตัดแนวท่ออัดน้ำยาขาดโดยไม่รู้
  • ดินทรุดตัว แนวท่อขยับจนข้อต่อหลุดหรือท่อแตก น้ำยาจึงลงกองอยู่จุดเดียว
  • ตะกอนสะสม ดินหรือเศษวัสดุเข้าไปอุดหัวพ่น ทำให้ช่วงปลายแนวไม่ได้รับน้ำยา

ถ้าบ้านผ่านงานต่อเติมหรืองานขุดมาแล้ว ควรแจ้งช่างก่อนถึงรอบบริการ เพราะจุดที่เปลี่ยนไปคือจุดที่แนวป้องกันมักขาด ส่วนเกณฑ์ว่าปีนี้ควรอัดน้ำยาซ้ำหรือแค่ตรวจเช็ก อ่านได้จากบทความว่าด้วยความถี่ของการอัดน้ำยาประจำปี

ช่างควรตรวจอะไรก่อนอัดน้ำยาผ่านท่อทุกครั้ง?

การเปิดฝาแล้วอัดน้ำยาทันทีโดยไม่ตรวจอะไรเลย คือจุดที่งานพลาดได้ง่ายที่สุด เพราะถ้าท่อตันอยู่ น้ำยาจะไปกองอยู่ช่วงต้นแนวเท่านั้น สิ่งที่ควรเกิดขึ้นก่อนเปิดเครื่องอัดคือ

  1. เปิดฝาทุกกล่อง แล้วนับว่าหัวรับน้ำยาที่ใช้งานได้จริงเหลือกี่จุด
  2. ทดสอบการไหลและแรงดัน เพื่อดูว่าน้ำยาผ่านไปได้ตลอดแนวหรือติดที่ช่วงใด
  3. ดูการรั่วซึมและจุดที่น้ำยาผุดขึ้นผิดตำแหน่ง ซึ่งบอกว่าท่อช่วงนั้นแตก
  4. คำนวณปริมาณน้ำและน้ำยาเข้มข้นจากพื้นที่ใต้อาคารจริง แล้วแบ่งลงแต่ละจุดให้ทั่วถึง

ตัวเลข 5 ลิตรต่อตารางเมตร หมายถึงน้ำหรือน้ำยา?

หมายถึงน้ำเปล่าที่เติมลงถังผสม ไม่ใช่สารเคมีที่ตวงจากขวด สัญญาบริการของ WERT ใช้อัตราอ้างอิงประมาณ 5 ลิตรต่อพื้นที่หน้าดินที่ให้บริการ 1 ตารางเมตร ส่วนน้ำยาเข้มข้นคือน้ำหารด้วย 200 ตามอัตราผสม 1:200 บนฉลากผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้จริงยังปรับตามสภาพดินและโครงสร้างที่สำรวจหน้างาน วิธีคิดทีละขั้นพร้อมตารางสำเร็จรูปอยู่ในบทความคำนวณปริมาณน้ำยาตามขนาดบ้าน

เมื่อจบงาน ช่างควรบันทึกผลการทดสอบและปริมาณที่ใช้ลงใบรายงานการบริการ แล้วให้เจ้าของบ้านหรือตัวแทนลงนามรับทราบ เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ใช้เทียบย้อนหลังได้ว่ารอบที่แล้วระบบเป็นอย่างไร

เจ้าของบ้านอัดน้ำยาผ่านท่อเองได้ไหม?

ไม่ควร และเหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องอุปกรณ์

น้ำยาป้องกันปลวกเป็นวัตถุอันตรายที่ต้องผสมตามฉลากและมีผู้ควบคุมการใช้ ส่วนการอัดด้วยแรงดันที่สูงเกินกำหนดทำให้ข้อต่อหลุดหรือท่อแตกได้ สัญญาติดตั้งระบบยังระบุไว้ด้วยว่า ความเสียหายจากการอัดสารเคมีอื่นหรือใช้แรงดันเกินกว่าที่ผู้รับจ้างกำหนด อยู่นอกการรับประกันงานติดตั้ง

สิ่งที่เจ้าของบ้านทำเองได้คือเปิดฝากล่องดูสภาพ ถ่ายรูปเก็บไว้ และแจ้งช่างเมื่อเห็นความผิดปกติ

ระบบท่อใช้งานไม่ได้แล้ว ยังป้องกันปลวกได้ไหม?

ได้ และไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นเพื่อเปลี่ยนท่อทั้งระบบ

เมื่อผลทดสอบบอกว่าแนวท่อบางช่วงตันหรือแตก ช่างจะเลือกทางอื่นตามสภาพหน้างาน เช่น อัดน้ำยาผ่านเฉพาะจุดที่ยังเปิดใช้ได้ เจาะพื้นเพิ่มเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็น อัดน้ำยาตามแนวฐานรากรอบนอก หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบเหยื่อกำจัดปลวกที่มีรอบติดตามเป็นของตัวเอง

ทางที่เลือกขึ้นอยู่กับว่าบ้านพบปลวกที่กำลังเข้าทำลายอยู่แล้วหรือยังไม่พบ เงื่อนไขของสองวิธีนี้เทียบไว้ทีละข้อในบทความเทียบระบบเหยื่อกับการอัดน้ำยาลงดิน

ทำไมบางแพ็กเกจถึงถามก่อนว่าบ้านมีท่อหรือเปล่า?

เพราะแพ็กเกจอัดน้ำยารายปีตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าน้ำยาลงไปถึงใต้พื้นได้ ถ้าไม่มีระบบท่อหรือระบบเดิมใช้ไม่ได้ เนื้องานจริงจะเปลี่ยนไปเป็นการเจาะพื้น ซึ่งกินเวลาและกระทบพื้นที่ใช้สอยมากกว่า

เครื่องคำนวณของ WERT จึงถามสามข้อก่อนเทียบระดับแพ็กเกจรายปี คือพบปลวกแล้วหรือยัง บ้านสร้างเสร็จแล้วหรือกำลังก่อสร้าง และมีระบบท่อเดิมที่ใช้งานได้หรือไม่ ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องท่อ ระบบจะยังไม่เสนอระดับแพ็กเกจให้ แต่จะขอให้ส่งรูปหัวรับน้ำยาหรือนัดสำรวจก่อน

ดู รอบบริการและเงื่อนไขของแพ็กเกจอัดน้ำยาป้องกันปลวกรายปีได้ว่าในหนึ่งปีทีมเข้าบ้านกี่ครั้งและทำอะไรบ้าง

ส่วนงานติดตั้งระบบท่อใหม่เป็นสัญญาคนละชุด ดูแลปีละ 4 รอบ รอบแรกเป็นงานติดตั้ง ทดสอบระบบ และอัดน้ำยางวดเริ่มต้น อีก 3 รอบที่เหลือเป็นการตรวจเช็กระบบและฉีดพ่นติดตาม ห่างกันประมาณ 3 เดือน

มีระบบท่อแล้ว แปลว่าบ้านปลอดปลวกหรือยัง?

ยัง และนี่คือความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายบ้านปล่อยระบบทิ้งไว้จนใช้ไม่ได้

สัญญาติดตั้งระบบท่อของ WERT เขียนไว้ตรง ๆ ว่าการรับประกันระบบท่อเป็นคนละส่วนกับผลการป้องกันหรือกำจัดปลวก ตัวระบบเป็นช่องทางจ่ายน้ำยา ไม่ใช่คำรับประกันว่าอาคารจะไม่พบปลวกทุกกรณี ผลจริงขึ้นอยู่กับการใช้ระบบตามรอบบริการ ปริมาณน้ำยา สภาพดิน โครงสร้าง ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในภายหลัง

ถ้าผู้ให้บริการรายไหนบอกว่าติดท่อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจอะไรอีก นั่นคือคำที่ควรตั้งคำถามกลับ เพราะสิ่งที่ตรวจสอบได้คือผลทดสอบระบบและใบรายงานแต่ละรอบ ไม่ใช่คำรับรองปากเปล่า

อะไรทำให้ระบบท่อของบ้านรอบนิคมและบ้านริมทะเลเสียเร็ว?

เงื่อนไขของพื้นที่แถบนี้ที่กระทบระบบท่อโดยตรง มีดังนี้

  • บ้านจัดสรรใหม่รอบนิคมมีจำนวนมาก บ้านกลุ่มนี้มักมาพร้อมระบบท่อตั้งแต่ก่อสร้าง แต่หลายหลังยังไม่เคยเปิดฝากล่องดูเลยหลังรับโอน
  • งานต่อเติมหลังรับโอนเกิดเร็ว ครัวหลังบ้านและโรงจอดรถมักเป็นบริเวณเดียวกับที่วางหัวรับน้ำยาไว้ จึงถูกพื้นใหม่ทับได้ง่าย จนสัญญาบริการต้องเขียนเผื่อไว้ว่าอาจต้องรื้อกระเบื้องเพื่อเปิดหาท่ออัดน้ำยาที่ถูกปิดทับ
  • สภาพดินไม่เหมือนกันทั้งจังหวัด บ้านบางพื้นที่ริมทะเลเจอดินทรายที่ระบายน้ำเร็ว ขณะที่บางพื้นที่ด้านในเจอดินที่แน่นกว่า ทั้งสองแบบมีผลกับการกระจายตัวของน้ำยาและการทรุดของแนวท่อ

ดูขอบเขตงานและอำเภอที่ทีมรับนัดได้จากหน้างานป้องกันปลวกสำหรับบ้านในระยอง และหน้าอำเภอที่ทีมกำจัดปลวกชลบุรีรับนัด

ก่อนให้ช่างอัดน้ำยาผ่านท่อ ควรถามอะไร?

ห้าคำถามนี้ใช้คัดกรองได้ตั้งแต่ก่อนนัด และคำตอบที่ดีจะเป็นตัวเลขหรือเอกสาร ไม่ใช่คำรับรองลอย ๆ

  1. ก่อนอัดน้ำยา จะทดสอบระบบท่ออย่างไร และถ้าทดสอบไม่ผ่านจะทำอะไรต่อ
  2. บ้านหลังนี้ใช้น้ำยาชนิดใด เลขทะเบียนอะไร และขอดูเอกสารความปลอดภัยได้ไหม
  3. รอบนี้ใช้น้ำกี่ลิตร คิดจากพื้นที่เท่าไร และเป็นน้ำยาเข้มข้นกี่ลิตร
  4. หลังจบงานจะได้ใบรายงานการบริการพร้อมรูปหรือไม่
  5. ถ้าพบปลวกระหว่างอายุสัญญา จะเข้าตรวจภายในกี่วัน และคิดค่าบริการเพิ่มหรือไม่
สัญญาบริการของ WERT ตอบคำถามข้อสุดท้ายไว้แล้วว่า หากผู้ว่าจ้างตรวจพบปลวกระหว่างอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้บริการภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ส่วนคำถามข้อสอง น้ำยาที่ทีมใช้ในงานอัดน้ำยาคือคอมแพ็ค (COMPACT) ตัวยาสำคัญ Fipronil 5% W/V SC ทะเบียนวัตถุอันตราย วอส.1330/2554 ผลิตโดยบริษัท ไอ ซี พี ลัดดา จำกัด ความต่างระหว่างสูตร SC กับ EC และวิธีอ่านฉลาก อยู่ในบทความเทียบน้ำยาสูตร SC กับ EC

สรุป: ระบบท่อใต้บ้านของคุณอยู่ในสถานะไหน?

สถานะของบ้านคุณน่าจะตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างล่าง และแต่ละข้อมีสิ่งที่ต้องทำต่างกัน

  • หาหัวรับน้ำยาเจอ และฝายังครบ ให้ช่างทดสอบการไหลก่อนอัดน้ำยารอบถัดไป แล้วเก็บผลทดสอบไว้เทียบปีหน้า
  • หาเจอบางจุด หรือบางจุดถูกทับไปแล้ว แจ้งช่างก่อนถึงรอบบริการ เพื่อวางแผนเจาะเสริมเฉพาะตำแหน่งที่ขาด
  • หาไม่เจอเลย หรือไม่แน่ใจว่าบ้านเคยมีระบบนี้ไหม เริ่มจากแบบก่อสร้างและเอกสารส่งมอบบ้าน ถ้ายังไม่ชัดให้สำรวจหน้างาน

ระบบท่อที่ดีคือระบบที่ยังทดสอบได้และยังมีคนเปิดฝาดูทุกรอบ ไม่ใช่ระบบที่แค่มีอยู่ในแบบก่อสร้าง หากยังไม่แน่ใจว่าบ้านอยู่สถานะไหน นัดให้ทีมเปิดฝาหัวรับน้ำยาและตรวจสภาพระบบหน้างานได้ โดยการสำรวจเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่ายในพื้นที่บริการระยองและชลบุรี

คำถามที่พบบ่อย

รู้ได้อย่างไรว่ากล่องฝาปิดที่เจอเป็นหัวรับน้ำยาปลวก ไม่ใช่ท่อระบายน้ำ?

หัวรับน้ำยาปลวกเป็นปลายท่อขนาดเล็กที่มีหัวต่อสำหรับเชื่อมสายอัดน้ำยา อยู่ในกล่องตื้น ๆ ที่พื้นและไม่มีทางน้ำไหลผ่าน ส่วนบ่อพักน้ำจะลึกกว่าและมองเห็นท่อระบายเข้าออก ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ถ่ายรูปตอนเปิดฝาส่งให้ทีมดูก่อนนัดสำรวจ

ระบบท่ออัดน้ำยาปลวกใช้งานได้นานกี่ปี?

ไม่มีอายุใช้งานตายตัว ระบบที่ติดตั้งถูกต้องและไม่ถูกงานต่อเติมหรือดินทรุดกระทบ ใช้ส่งน้ำยาได้ต่อเนื่องหลายปี สิ่งที่บอกสภาพจริงคือผลทดสอบการไหลและแรงดันในแต่ละรอบ ไม่ใช่ปีที่ติดตั้ง สัญญาติดตั้งยังระบุด้วยว่าความเสียหายจากการทรุดตัวของดิน การเจาะ ขุด หรือต่อเติมภายหลัง อยู่นอกการรับประกันงานติดตั้ง

ทาวน์โฮมหรือห้องชุดมีระบบท่ออัดน้ำยาปลวกไหม?

ขึ้นอยู่กับว่าโครงการวางระบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้างหรือไม่ ทาวน์โฮมที่โครงการวางไว้ก็มีเช่นกัน ส่วนห้องชุดที่อยู่ชั้นบนไม่ได้สัมผัสดินโดยตรง งานป้องกันจึงไปอยู่ที่ชั้นล่างและโครงสร้างที่ต่อเนื่องกับพื้นดินแทน

ต่อเติมครัวหลังบ้านไปแล้ว ระบบท่อเดิมยังใช้ได้ไหม?

ใช้ได้เฉพาะส่วนที่ไม่ถูกกระทบ ปัญหาที่พบบ่อยคือหัวรับน้ำยาถูกพื้นใหม่ทับ หรือแนวท่อถูกตัดตอนขุดฐานราก ควรแจ้งช่างว่าบ้านเคยต่อเติมตรงไหน เพื่อทดสอบเฉพาะแนวนั้นก่อนวางแผนรอบบริการ

อัดน้ำยาผ่านท่อหนึ่งครั้ง ป้องกันได้นานแค่ไหน?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพดิน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สิ่งที่กำหนดได้คือรอบบริการตามสัญญา เช่น งานระบบท่อของ WERT ดูแลปีละ 4 รอบ โดยรอบแรกเป็นงานติดตั้งและอัดน้ำยางวดเริ่มต้น อีก 3 รอบเป็นการตรวจเช็กพร้อมฉีดพ่นติดตาม ห่างกันประมาณ 3 เดือน

ระบบท่อที่โครงการติดตั้งไว้ บริษัทอื่นเข้ามาอัดน้ำยาต่อได้ไหม?

ได้ ถ้าหัวรับน้ำยายังเข้าถึงได้และผลทดสอบการไหลผ่าน ทีมที่เข้ามาใหม่ควรทดสอบระบบและบันทึกสภาพไว้ในรอบแรกก่อนเสมอ เพราะไม่มีใครเห็นแนวท่อใต้พื้นด้วยตาเปล่า

เจ้าของบ้านเปิดฝากล่องหัวรับน้ำยาเองได้ไหม?

เปิดดูและถ่ายรูปได้ ควรปิดฝากลับให้สนิททุกครั้งเพื่อกันดินและน้ำเข้าไปอุด สิ่งที่ไม่ควรทำคือเทหรือเติมสารใด ๆ ลงไปเอง รวมถึงการใช้น้ำฉีดไล่สิ่งอุดตัน เพราะอาจดันตะกอนเข้าไปลึกกว่าเดิม

บริการในพื้นที่

ให้ทีม WERT ช่วยประเมินหน้างานจริง

อ่านรายละเอียดพื้นที่ วิธีบริการ ผลงาน และเงื่อนไขนัดสำรวจก่อนเลือกแผนที่เหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณ

Related articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →