บทความทั้งหมด

ซื้อบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ ต้องวางระบบป้องกันปลวกตอนไหน?

ก่อนเทพื้นคือช่วงเดียวที่วางท่ออัดน้ำยาใต้อาคารได้ทั้งผัง บทความนี้เรียงไทม์ไลน์ของคนซื้อบ้านและคนสร้างบ้าน ตั้งแต่สิ่งที่ต้องคุยกับผู้รับเหมา คำถามที่ต้องถามโครงการก่อนรับโอน ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อประกันจากโครงการหมดอายุ

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

ผู้เขียน

สุธีวัฒน์ ลือวรรณ

หัวหน้างานกำจัดแมลง

27 กรกฎาคม 2569#ซื้อบ้านใหม่#สร้างบ้านใหม่#ระบบท่ออัดน้ำยาปลวก#ป้องกันปลวก#กำจัดปลวก#บ้านใหม่#รับโอนบ้าน#บริษัทกำจัดปลวก#ชลบุรี#ระยอง#บ้านจัดสรร#ตรวจบ้านก่อนโอน#บ้านมือสอง#กำจัดปลวกชลบุรี#กำจัดปลวกระยอง
ภาพภายในบ้าน เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อหรือสร้างบ้านใหม่ อย่ามองข้ามระบบป้องกันปลวก

สรุปให้อ่านใน 1 นาที

ช่วงเดียวที่วางท่ออัดน้ำยาป้องกันปลวกใต้อาคารได้ทั้งผังคือก่อนเทพื้นชั้นล่าง หลังจากนั้นเหลือเพียงการเจาะพื้นเฉพาะจุดหรืออัดน้ำยาตามแนวฐานราก งานติดตั้งของ WERT ใช้ท่อ HDPE ขนาด 20 มิลลิเมตร หัวพ่นทุก 60–80 เซนติเมตร และหัวรับน้ำยานอกอาคารพร้อมกล่องฝาปิด คิดค่าติดตั้งตามพื้นที่จริงเป็นตารางเมตร เลือกดูแลต่อเนื่อง 1 ปี รวม 4 รอบ หรือ 3 ปี รวม 12 รอบ ทีมต้องทดสอบการไหลและการรั่วซึมพร้อมบันทึกภาพก่อนปิดทับ ถ้าผู้รับเหมาเทคอนกรีตทับก่อนตรวจ ประกันงานติดตั้งเฉพาะส่วนนั้นสิ้นสุด ส่วนที่เหลือรับประกันการรั่ว หลุด แตก และอุดตันจากการติดตั้ง 1 ปีนับจากวันส่งมอบ ก่อนรับโอนบ้านจัดสรรควรขอผังตำแหน่งหัวรับน้ำยา จำนวนจุด วันหมดประกัน และชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ หลังหมดประกัน แพ็กเกจอัดน้ำยารายปีเริ่มต้น 8,900 บาทต่อปี สำหรับพื้นที่ใต้อาคารไม่เกิน 65 ตารางเมตร

บ้านหนึ่งหลังตัดสินใจเรื่องปลวกได้ง่ายที่สุดตอนที่ยังไม่มีพื้น และยากที่สุดหลังปูกระเบื้องเสร็จแล้ว บทความนี้เรียงให้เห็นว่าคนซื้อบ้านและคนสร้างบ้านควรทำอะไรในแต่ละช่วง ตั้งแต่ก่อนเทพื้นจนถึงวันที่ประกันจากโครงการหมดอายุ

ซื้อบ้านหรือสร้างบ้าน ต้องจัดการเรื่องปลวกตอนไหน?

งานป้องกันปลวกบางอย่างทำได้เฉพาะตอนที่ยังไม่มีพื้นปิดทับ เมื่อเทพื้นแล้ว ทางเลือกที่เหลือจะรบกวนพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น และคิดค่าใช้จ่ายคนละแบบกัน

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละช่วงยังทำอะไรได้ และอะไรที่ผ่านไปแล้วย้อนกลับไม่ได้

ช่วงเวลาสิ่งที่ยังทำได้สิ่งที่ทำไม่ได้แล้ว
ก่อนเทพื้นชั้นล่างวางแนวท่ออัดน้ำยาใต้อาคารได้ทั้งผัง และบำบัดดินใต้พื้นได้เต็มพื้นที่ยังไม่มีทางเลือกไหนถูกปิด
เทพื้นแล้ว ยังไม่ตกแต่งเจาะพื้นเฉพาะจุด และอัดน้ำยาตามแนวฐานรากวางท่อใต้พื้นให้ครบทั้งผัง
วันตรวจรับและรับโอนขอเอกสาร ตรวจตำแหน่งหัวรับน้ำยา ตรวจร่องรอยปลวกแก้ไขแนวท่อที่ถูกปิดทับไปแล้ว
เข้าอยู่แล้วตรวจตามรอบ อัดน้ำยาซ้ำ ติดตั้งระบบเหยื่อเมื่อพบปลวกเปลี่ยนระบบใหม่โดยไม่เจาะหรือรื้อ

ทำไมช่วงก่อนเทพื้นถึงสำคัญที่สุด?

เพราะเป็นช่วงเดียวที่เข้าถึงดินใต้ตัวบ้านได้ทั้งผังโดยไม่ต้องเจาะอะไรเลย ทีมเดินแนวท่อและบำบัดดินตามแบบก่อสร้างจริงได้ ไม่ใช่ตามจุดที่พอเจาะได้

หลังจากนั้นทุกวิธีคือการทำงานผ่านช่องทางที่ยังเหลืออยู่ เช่น เจาะพื้นเป็นจุด หรืออัดน้ำยาตามแนวฐานรากด้านนอก ซึ่งได้ผลต่างกันไปตามโครงสร้างของแต่ละหลัง

กำลังสร้างบ้านเอง ควรวางระบบป้องกันปลวกอย่างไร?

เริ่มจากถามผู้รับเหมาหลักว่าจะเทพื้นชั้นล่างวันไหน แล้วนัดทีมกำจัดปลวกเข้าสำรวจก่อนวันนั้น การสำรวจใช้แบบก่อสร้างประกอบ เพื่อกำหนดแนวท่อให้ตรงกับผังจริงของบ้าน

ระบบท่อที่ติดตั้งตอนก่อสร้างประกอบด้วยอะไร?

งานติดตั้งของ WERT ใช้ท่อ HDPE ขนาด 20 มิลลิเมตร เดินใต้อาคารตามแนวที่สำรวจไว้ พร้อมข้อต่อและอุปกรณ์ยึด ตัวท่อมีหัวพ่นเป็นระยะทุก 60–80 เซนติเมตร แล้วต่อออกมาที่หัวรับน้ำยานอกอาคารซึ่งมีกล่องฝาปิด บางโครงการเรียกจุดนี้ว่าหัวอัดน้ำยา ซึ่งหมายถึงจุดเดียวกัน

ค่าติดตั้งคิดจากพื้นที่ใต้อาคารจริงเป็นตารางเมตร ไม่ใช่ราคาเหมาต่อหลัง ถ้าลองคำนวณพื้นที่ใต้อาคารจากแบบบ้านก่อนขอใบเสนอราคา ไว้ล่วงหน้า จะคุยกับผู้ให้บริการได้ตรงจุดขึ้น

ส่วนกลไกการทำงานของระบบและข้อจำกัดที่ควรรู้ อ่านต่อได้ที่คำอธิบายระบบท่ออัดน้ำยาใต้บ้านฉบับเต็ม

แนวท่ออัดน้ำยาป้องกันปลวกที่วางไว้ใต้โครงสร้างบ้านตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง

ต้องนัดทีมเข้าหน้างานช่วงไหนของงานก่อสร้าง?

นัดสำรวจก่อนเทพื้น แล้วให้ทีมติดตั้งท่อ หัวพ่น และหัวรับน้ำยาตามแนวที่กำหนด จากนั้นทีมจะตรวจจุดเชื่อมต่อ การไหล และการรั่วซึมก่อนงานถูกปิดทับ พร้อมบันทึกผลทดสอบ ภาพถ่าย และผังแนวติดตั้งไว้เป็นหลักฐานส่งมอบ อยากเห็นว่าการบันทึกหน้างานออกมาหน้าตาแบบไหน เปิดดูผลงานหน้างานที่เผยแพร่ได้ ประกอบได้

แพ็กเกจติดตั้งล็อกคิวและสั่งวัสดุล่วงหน้า แล้วเข้าหน้างานภายใน 7 วันทำการหลังชำระเงินเรียบร้อย จึงควรแจ้งกำหนดเทพื้นตั้งแต่วันคุยราคา เพื่อให้แผนติดตั้งไม่ชนกับคิวของผู้รับเหมาหลัก

งานติดตั้งไม่ได้จบที่วันวางท่อ แพ็กเกจมีสองแบบตามระยะดูแล คือดูแลต่อเนื่อง 1 ปี รวม 4 รอบ และดูแลต่อเนื่อง 3 ปี ปีละ 4 รอบ รวม 12 รอบ รอบแรกเป็นการติดตั้ง ทดสอบระบบ และอัดน้ำยางวดเริ่มต้น ส่วนรอบถัดไปเป็นการตรวจเช็กระบบและฉีดพ่นติดตามประมาณทุก 3 เดือน

อะไรทำให้ประกันงานติดตั้งหลุดโดยไม่ตั้งใจ?

หลังส่งมอบก็ยังมีข้อควรระวังต่อ คือไม่ตัด เจาะ ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายหัวรับน้ำยา และไม่ปล่อยให้งานต่อเติมทับแนวท่อ หากพบความเสียหายหรือการอุดตัน ควรแจ้งผู้ให้บริการก่อนใช้งานระบบครั้งถัดไป

ระบบท่อรับประกันอะไร และไม่รับประกันอะไร?

สัญญาติดตั้งของ WERT รับประกันความบกพร่องของงานติดตั้ง ได้แก่ การรั่ว หลุด แตก หรืออุดตันของท่อ ข้อต่อ หัวพ่น และหัวรับน้ำยา ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากวิธีการติดตั้ง เป็นเวลา 1 ปีนับจากวันส่งมอบ โดยไม่คิดค่าแรงในการแก้ไข

สิ่งที่อยู่นอกประกัน ได้แก่ การทรุดตัวของดินและโครงสร้าง การเจาะ ขุด รื้อ หรือต่อเติมภายหลัง และการเคลื่อนย้ายหรือปิดทับหัวรับน้ำยาโดยไม่แจ้ง อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจตรงกันคือระบบท่อเป็นช่องทางจ่ายน้ำยา ไม่ใช่คำรับประกันว่าอาคารจะไม่พบปลวก

ถ้าไม่วางท่อตอนนี้ จะเหลือทางเลือกอะไรและต้องยอมแลกอะไร?

ตารางนี้เทียบจากมุมของคนที่ยังตัดสินใจได้ก่อนเทพื้นเท่านั้น ว่าการข้ามช่วงนี้ไปแล้วเหลือทางไหนบ้าง ส่วนวิธีอัดน้ำยาของบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว อยู่ในบทความระบบท่อที่ลิงก์ไว้ข้างบน

หัวข้อติดตั้งท่อตอนก่อสร้างเจาะพื้นอัดน้ำยาหลังเข้าอยู่แล้ว
ช่วงที่ทำได้ก่อนเทพื้นชั้นล่างเท่านั้นทำได้ตลอด แต่ต้องดูโครงสร้างและพื้นผิว
การเข้าถึงดินใต้อาคารตามแนวท่อที่วางไว้ทั่วผังเฉพาะจุดที่เจาะได้จริง
ผลต่อพื้นที่ใช้สอยรอบบำรุงรักษาไม่ต้องเจาะพื้นซ้ำต้องเจาะพื้นและซ่อมผิวตามจุดที่ทำ
การตรวจสอบภายหลังทดสอบการไหลผ่านหัวรับน้ำยาได้ดูจากร่องรอยและจุดเจาะเดิม
วิธีคิดค่าใช้จ่ายคิดตามพื้นที่ติดตั้งเป็นตารางเมตรคิดตามแพ็กเกจรายปีและพื้นที่ใต้อาคาร
ข้อควรระวังต้องตรวจและบันทึกให้ครบก่อนปิดทับต้องหลบแนวท่อน้ำและสายไฟใต้พื้น

กำลังจะรับโอนบ้านจัดสรร ควรถามโครงการอะไรบ้าง?

รายการนี้ใช้ถามฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการหลังการขายได้ทันที และควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้

  • บ้านหลังนี้ติดตั้งระบบท่ออัดน้ำยาป้องกันปลวกไว้หรือไม่
  • หัวรับน้ำยาอยู่ตำแหน่งใดบ้าง และมีทั้งหมดกี่จุด
  • หัวรับน้ำยาทุกจุดยังเปิดฝาได้ และอยู่ในสภาพที่ใช้งานต่อได้หรือไม่
  • ใครเป็นผู้ติดตั้ง ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร และเลขทะเบียนวัตถุอันตรายคืออะไร
  • ดินใต้พื้นผ่านการบำบัดก่อนเทพื้นหรือไม่ และทำเมื่อไร
  • โครงการรับประกันเรื่องปลวกถึงวันไหน และครอบคลุมอะไรบ้าง
  • ระหว่างประกัน ถ้าพบปลวกต้องแจ้งใคร และเข้าบริการภายในกี่วัน
  • หลังหมดประกัน โครงการให้บริการต่อ หรือให้เจ้าของบ้านหาผู้ให้บริการเอง

ควรเก็บเอกสารอะไรไว้บ้าง?

เก็บสำเนาสัญญาหรือเงื่อนไขรับประกันเรื่องปลวก ใบรับประกัน ผังแนวท่อหรือผังตำแหน่งหัวรับน้ำยา และใบรายงานการบริการทุกครั้งที่มีทีมเข้าบ้าน เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ผู้ให้บริการรายถัดไปต้องใช้ตั้งต้น

ถ่ายรูปฝาหัวรับน้ำยาทุกจุดพร้อมจุดอ้างอิงรอบตัวบ้านเก็บไว้ด้วย เพราะฝาปิดมักถูกดิน หญ้า หรืองานจัดสวนกลบภายในไม่กี่ปี

โครงการตอบไม่ได้ว่ามีระบบหรือเปล่า ทำอย่างไรต่อ?

ยังสรุปไม่ได้ว่าไม่มี ให้ดูแบบก่อสร้างประกอบ แล้วเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อหาฝาปิดบริเวณโรงรถ ข้างบ้าน หลังบ้าน หรือช่องเซอร์วิส ถ้ายังไม่พบ ให้ผู้ให้บริการเข้าสำรวจหน้างานก่อนตัดสินใจว่าจะติดตั้งเพิ่มหรือใช้วิธีอื่น

ซื้อบ้านมือสอง ต้องเดินดูอะไรก่อนโอน?

บ้านมือสองมีประวัติที่บ้านใหม่ไม่มี จึงควรเดินตรวจร่องรอยก่อนตกลงราคา เพราะความเสียหายจากปลวกมักอยู่ในพื้นที่ปิด เช่น ใต้บันได หลังตู้บิวท์อิน และวงกบที่ติดพื้น

  • แนวดินเล็ก ๆ พาดตามเสา คาน หรือขอบบัวพื้น
  • ไม้ที่เคาะแล้วเสียงกลวง หรือผิวไม้โป่งเป็นร่อง
  • ปีกแมลงเม่ากองอยู่ใต้หลอดไฟหรือขอบหน้าต่าง
  • รอยซ่อมสีหรือไม้ใหม่เฉพาะจุดที่ดูไม่เข้ากับส่วนอื่น
  • จุดชื้นสะสมจากท่อรั่ว หรือดินถมสูงชิดผนัง

ถ้าเจอร่องรอยระหว่างเดินดูบ้าน อย่าเพิ่งรื้อหรือฉีดสเปรย์ทับ เพราะจะทำให้ประเมินขอบเขตได้ยากขึ้น ลองดูลำดับสิ่งที่ควรทำในสิบนาทีแรกเมื่อเจอปลวก ก่อนตัดสินใจ และถ้าเจอแมลงบินคล้ายแมลงเม่า ให้เทียบกับวิธีแยกแมลงเม่าปลวกออกจากแมลงบินชนิดอื่น ก่อนสรุป

หมดประกันปลวกจากโครงการแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

ตรวจตำแหน่งหัวรับน้ำยาและสภาพระบบป้องกันปลวกหลังหมดประกันจากโครงการ

บ้านจำนวนมากหยุดการดูแลตรงจุดนี้ เพราะไม่มีใครแจ้งเตือนเมื่อประกันหมดอายุ ลำดับที่ควรทำคือให้ผู้ให้บริการเข้าตรวจระบบเดิมก่อน แล้วค่อยเลือกแผนดูแลต่อจากผลตรวจ

บ้านที่ยังไม่พบปลวกมักเข้าแพ็กเกจอัดน้ำยาป้องกันปลวกรายปี ทุกระดับอัดน้ำยาลงดินปีละ 1 ครั้งเท่ากัน แล้วต่างกันที่ปริมาณต่อรอบและจำนวนรอบฉีดสเปรย์รอบบ้าน ระดับเริ่มต้นอยู่ที่ 8,900 บาทต่อปี สำหรับพื้นที่ใต้อาคารไม่เกิน 65 ตารางเมตร

ช่วงพื้นที่และราคาเริ่มต้นของอีกสองระดับอยู่ในตารางรอบบริการรายปีที่ลิงก์ไว้ท้ายหัวข้อนี้ บทความนี้ไม่คิดซ้ำให้ เพราะโจทย์ของคนเพิ่งรับโอนบ้านคือเลือกจังหวะเริ่มดูแล ไม่ใช่เทียบระดับแพ็กเกจ ราคาจริงยืนยันหลังสำรวจหน้างานเสมอ ดูเนื้องานเต็มได้ที่สิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจอัดน้ำยารายปี

ถ้าตรวจแล้วพบปลวกกำลังทำงาน ทีมจะประเมินระบบเหยื่อแทน ซึ่งเข้าบริการรวม 5 ครั้ง นัดติดตามประมาณทุก 15 วัน ใช้ระยะบริการราว 60 วัน และรับประกันต่อเนื่องอีก 60 วันหลังรอบสุดท้าย ครอบคลุมบริเวณที่เคยให้บริการ อ่านเงื่อนไขได้ที่หน้าระบบเหยื่อกำจัดปลวกพร้อมรอบติดตาม

ยังไม่แน่ใจว่าบ้านควรอัดซ้ำหรือแค่ตรวจตามรอบ ลองอ่านเกณฑ์ตัดสินว่าบ้านหลังไหนควรอัดน้ำยาซ้ำ ประกอบ

บ้านใหม่ในระยอง–ชลบุรี ต้องเผื่ออะไรไว้ในแผนก่อสร้าง?

บ้านจัดสรรใหม่รอบนิคมและแนว EEC ต้องดูอะไรเพิ่ม?

ระยองและชลบุรีมีโครงการบ้านจัดสรรเปิดใหม่ต่อเนื่องตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมและ EEC บ้านกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งติดตั้งระบบท่อมาแล้วตั้งแต่ก่อสร้าง แต่ไม่ใช่ทุกโครงการ และแม้ติดตั้งไว้ เจ้าของบ้านก็มักไม่ได้รับผังตำแหน่งหัวรับน้ำยา จึงควรถามให้ชัดและขอผังตั้งแต่วันรับโอน

แปลงที่เพิ่งถมและยังปรับภูมิทัศน์ไม่เสร็จ มักมีเศษไม้แบบและตอไม้เหลือค้างอยู่ ควรให้เก็บออกก่อนลงงานจัดสวน เพราะเป็นแหล่งอาหารที่อยู่ติดตัวบ้าน

ฝนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมกระทบแผนอย่างไร?

ฤดูฝนทำให้กำหนดเทพื้นเลื่อนได้ง่าย และแผนติดตั้งท่อต้องเลื่อนตามไปด้วย ควรยืนยันวันกับทีมติดตั้งใหม่ทุกครั้งที่ผู้รับเหมาเลื่อนงาน เพื่อไม่ให้พื้นถูกเทก่อนทีมเข้าตรวจ

คืนที่แมลงเม่าเข้าบ้านก็กระจุกอยู่ในเดือนเดียวกันนี้ บ้านที่เพิ่งเข้าอยู่จึงมักเจอแมลงเม่ารอบไฟหน้าบ้านในปีแรก ซึ่งเป็นสัญญาณให้เดินตรวจรอบบ้าน ไม่ใช่สัญญาณว่าบ้านเสียหายแล้ว

ประเมินปริมาณน้ำยาของบ้านใหม่จากอะไร?

บ้านแถบชายทะเล เช่น บางแสน พัทยา สัตหีบ และบ้านฉาง มีสัดส่วนดินทรายมากกว่าพื้นที่ตอนใน ชนิดดินมีผลต่อการซึมและการกระจายตัวของน้ำยาที่อัดลงไป ทีมจึงต้องดูสภาพดินจริงก่อนกำหนดปริมาณ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดียวกันทุกหลัง

อัตราอ้างอิงที่ใช้ประเมินเบื้องต้นคือน้ำเปล่าที่ใช้ผสมประมาณ 5 ลิตร ต่อพื้นที่หน้าดิน 1 ตารางเมตร ไม่ใช่น้ำยาเข้มข้น 5 ลิตร เพราะคอมแพ็คผสมที่อัตรา 1:200 ส่วนปริมาณจริงขึ้นกับขนาดพื้นที่ สภาพดิน และโครงสร้างอาคารตามที่สำรวจ น้ำยาที่ทีมใช้คือคอมแพ็ค (COMPACT) สารออกฤทธิ์ Fipronil 5% W/V SC เลขทะเบียน วอส.1330/2554

ตรวจเช็กก่อนว่าบ้านอยู่ในเขตบริการหรือไม่ ดูได้ที่เขตรับนัดกำจัดปลวกระยอง ตั้งแต่บ้านฉางถึงเขาชะเมา และพื้นที่บริการกำจัดปลวกชลบุรีตั้งแต่เมืองชลบุรีถึงสัตหีบ

5 ความเข้าใจผิดที่ทำให้บ้านใหม่เสียโอกาสป้องกันปลวก

  1. บ้านใหม่ยังไม่มีปลวก จึงยังไม่ต้องทำอะไร — ปลวกใต้ดินเข้าอาคารจากดินใต้และรอบตัวบ้าน ไม่ได้มาพร้อมอายุบ้าน บ้านที่สร้างบนที่ดินซึ่งเคยมีต้นไม้หรือกองไม้แบบจึงมีความเสี่ยงตั้งแต่ปีแรก
  2. มีท่ออัดน้ำยาแล้วแปลว่าจบ — ท่อเป็นช่องทางจ่ายน้ำยา ไม่ใช่ตัวกำจัดปลวก ถ้าไม่เคยอัดน้ำยาผ่านระบบเลย ระบบนั้นก็ยังไม่ได้เริ่มทำงาน
  3. โครงการทำให้แล้ว คงคุ้มครองไปเรื่อย ๆ — เงื่อนไขรับประกันมีวันสิ้นสุดเสมอ และมักครอบคลุมเฉพาะรายการที่ระบุไว้ ควรอ่านวันหมดอายุจากเอกสารจริง ไม่ใช่จากคำบอกเล่า
  4. บ้านโครงสร้างปูน ปลวกไม่กิน — ปลวกกินเซลลูโลส ซึ่งอยู่ในวงกบ บัวพื้น ประตู งานบิวท์อิน กระดาษ และแผ่นยิปซัมบางชนิด บ้านปูนจึงเสียหายจากปลวกได้เช่นกัน
  5. เลือกบริษัทจากคำโฆษณาว่ากำจัดหมดถาวร — ไม่มีบริการใดรับประกันได้ว่าอาคารจะไม่พบปลวกอีกเลย สิ่งที่ควรดูคือขอบเขตงาน ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน รอบเข้าบริการ และเงื่อนไขรับประกันที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร

สรุป: เช็กลิสต์ก่อนเทพื้นและก่อนเซ็นรับโอน

เรียงตามลำดับเวลาที่เจ้าของบ้านจะเจอจริง

  1. กำลังสร้างบ้าน — นัดสำรวจและกำหนดแนวท่อก่อนเทพื้นชั้นล่าง
  2. ระหว่างติดตั้ง — ให้ทีมทดสอบการไหลและการรั่วซึม พร้อมเก็บภาพและผังแนวท่อ ก่อนให้ผู้รับเหมาปิดทับ
  3. วันรับโอน — ขอเอกสารรับประกัน ผังหัวรับน้ำยา จำนวนจุดที่ติดตั้งจริง และชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้
  4. ปีแรก — ถ่ายรูปฝาหัวรับน้ำยาทุกจุดเก็บไว้ และจดวันหมดประกันลงปฏิทิน
  5. หลังหมดประกัน — ให้ตรวจระบบเดิมก่อน แล้วค่อยเลือกแผนดูแลต่อจากผลตรวจ
    ถ้ากำลังวางแผนบ้านหลังใหม่ หรือเพิ่งรับโอนมาแล้วไม่แน่ใจว่าบ้านมีระบบอะไรอยู่ นัดทีมเข้าดูหน้างานก่อนกำหนดวันเทพื้น ได้ตั้งแต่ตอนนี้ พื้นที่บริการหลักในชลบุรีและระยองสำรวจหน้างานเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

บ้านสร้างใหม่เพิ่งเสร็จ มีโอกาสเจอปลวกไหม?

มีได้ตั้งแต่ปีแรก เพราะปลวกใต้ดินเข้าอาคารจากดินใต้และรอบตัวบ้าน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุบ้าน ที่ดินที่เคยมีต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ หรือเศษไม้แบบค้างอยู่ จะมีแหล่งอาหารติดอยู่กับแปลงตั้งแต่ต้น จึงควรเก็บเศษไม้ออกก่อนจัดสวนและให้สำรวจหน้างานหลังเข้าอยู่

ติดตั้งระบบท่ออัดน้ำยาหลังบ้านสร้างเสร็จแล้วได้ไหม?

วางท่อใต้พื้นให้ครบทั้งผังเหมือนตอนก่อสร้างไม่ได้แล้ว เพราะพื้นปิดทับไปหมด ทางเลือกที่เหลือคือเจาะพื้นเฉพาะจุดที่เข้าถึงได้ อัดน้ำยาตามแนวฐานราก หรือใช้ระบบเหยื่อเมื่อพบปลวกกำลังทำงาน ควรให้สำรวจหน้างานก่อนเพื่อดูว่าโครงสร้างเอื้อกับวิธีไหน

ค่าติดตั้งระบบท่ออัดน้ำยาคิดอย่างไร?

คิดตามพื้นที่ใต้อาคารจริงเป็นตารางเมตร แล้วบวกงานอัดหรือฉีดพ่นน้ำยางวดเริ่มต้น จึงไม่ใช่ราคาเหมาต่อหลัง แพ็กเกจแบ่งตามระยะดูแลต่อเนื่อง คือ 1 ปี รวม 4 รอบ และ 3 ปี ปีละ 4 รอบ รวม 12 รอบ ราคายืนยันหลังสำรวจหน้างานและดูแบบก่อสร้าง

โครงการบอกว่าทำระบบปลวกให้แล้ว แปลว่าคุ้มครองกี่ปี?

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการ ต้องอ่านจากเอกสารรับประกันว่าคุ้มครองถึงวันไหน ครอบคลุมงานอะไร และต้องแจ้งใครเมื่อพบปลวก ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ก่อนรับโอน แล้วจดวันหมดอายุลงปฏิทินไว้

รับโอนบ้านแล้วควรเริ่มทำสัญญากำจัดปลวกตอนไหน?

ถ้ายังอยู่ในประกันของโครงการ ให้ใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไขนั้นก่อน แล้วนัดตรวจระบบเดิมช่วงใกล้หมดประกัน ผลตรวจจะบอกว่าควรต่อด้วยแพ็กเกจรายปี เสริมเฉพาะจุดที่ถูกงานต่อเติมรบกวน หรือยังไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ซื้อบ้านมือสองที่เคยมีปลวก ควรทำอย่างไรก่อนเข้าอยู่?

ขอประวัติการให้บริการและใบรายงานเดิมจากเจ้าของบ้าน แล้วให้สำรวจหน้างานก่อนงานรีโนเวต เพราะงานรื้อและงานบิวท์อินจะปิดทับจุดที่ควรตรวจ ถ้ายังพบร่องรอยที่ทำงานอยู่ ควรจัดการก่อนติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ใหม่

บริการในพื้นที่

ให้ทีม WERT ช่วยประเมินหน้างานจริง

อ่านรายละเอียดพื้นที่ วิธีบริการ ผลงาน และเงื่อนไขนัดสำรวจก่อนเลือกแผนที่เหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณ

Related articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →