บทความทั้งหมด

ระบบเหยื่อ vs อัดน้ำยาลงดิน เลือกแบบไหนให้ตรงกับบ้าน

ระบบเหยื่อกำจัดปลวกกับการอัดน้ำยาลงดินต่างกันที่เป้าหมาย ไม่ใช่ความแรง เทียบรอบบริการ ระยะเวลา การรับประกัน และผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง พร้อมตารางช่วยเลือกให้ตรงกับสภาพบ้าน

ณธัชพงศ์ พัฒนเตชาเศรษฐ์

ผู้เขียน

ณธัชพงศ์ พัฒนเตชาเศรษฐ์

หัวหน้างานกำจัดแมลง

16 กรกฎาคม 2569#ระบบเหยื่อกำจัดปลวก#อัดน้ำยาลงดิน#กำจัดปลวก#ป้องกันปลวก#ปลวกขึ้นบ้าน#สำรวจปลวก#บริษัทกำจัดปลวก#กำจัดปลวกชลบุรี#กำจัดปลวกระยอง#ชลบุรี–ระยอง#อัดน้ำยาป้องกันปลวก#ระบบท่ออัดน้ำยาปลวก#ฟิโพรนิล
อัดน้ำยาลงดิน vs ระบบเหยื่อ แบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ? ช่วยตัดสินใจก่อน

สรุปให้อ่านใน 1 นาที

ระบบเหยื่อกำจัดปลวกกับการอัดน้ำยาลงดินแก้คนละโจทย์ ระบบเหยื่อใช้กับบ้านที่พบปลวกกำลังทำงาน WERT ใช้วิสดอม เทอร์ไมท์ เบท หรือฟีนิกซ์ สารออกฤทธิ์ Chlorfluazuron 0.1% เท่ากัน ติดตั้งสถานีที่จุดพบการระบาด เข้าติดตามประมาณทุก 15 วัน รวม 5 รอบ คอร์สประมาณ 60 วัน และรับประกันต่อเนื่องอีก 60 วันหลังรอบสุดท้าย ครอบคลุมบริเวณที่เคยให้บริการ ระหว่างคอร์สห้ามฉีดสเปรย์หรือเคลื่อนย้ายสถานีเหยื่อ ส่วนการอัดน้ำยาลงดินใช้ปิดเส้นทางปลวกใต้ดิน WERT ใช้คอมแพ็ค สารออกฤทธิ์ Fipronil 5% W/V SC ทะเบียน วอส.1330/2554 อัตราอ้างอิงคือน้ำเปล่าที่ใช้ผสมประมาณ 5 ลิตร ต่อพื้นที่หน้าดิน 1 ตารางเมตร ทำรอบใหญ่ปีละครั้งพร้อมฉีดพ่นรอบบ้าน 2–5 ครั้งต่อปีตามแพ็กเกจ และเข้าตรวจเช็กภายใน 7 วันเมื่อพบปลวกระหว่างสัญญา บ้านที่พบปลวกหลายจุดหรือมีส่วนต่อเติมควรสำรวจทั้งหลังก่อนเลือก

เจ้าของบ้านที่เพิ่งเจอปลวกมักได้ยินสองชื่อพร้อมกัน คือ ระบบเหยื่อกำจัดปลวก กับ การอัดน้ำยาลงดิน แล้วก็ติดอยู่ที่คำถามเดียวว่าแบบไหนดีกว่ากัน

คำตอบจากหน้างานคือสองระบบนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่แก้คนละโจทย์ ระบบเหยื่อใช้ตามไปจัดการรังที่กำลังกินบ้านอยู่ การอัดน้ำยาลงดินใช้ปิดเส้นทางที่ปลวกใต้ดินจะเข้าอาคาร บทความนี้เทียบให้เห็นทีละข้อ พร้อมรอบบริการ ระยะเวลา และชื่อผลิตภัณฑ์ที่ WERT ใช้จริงกับบ้านในระยองและชลบุรี

ระบบเหยื่อกับอัดน้ำยาลงดิน ต่างกันตรงไหน?

ต่างกันที่เป้าหมาย ไม่ใช่ความแรง ระบบเหยื่อให้ปลวกงานพาสารออกฤทธิ์กลับเข้ารังเอง ส่วนการอัดน้ำยาลงดินจัดการดินใต้และรอบอาคารให้เป็นชั้นที่ปลวกใต้ดินผ่านเข้ามาได้ยาก

พูดสั้น ๆ คือระบบเหยื่อตามไปถึงรัง ส่วนการอัดน้ำยาเฝ้าทางเข้า บ้านหลายหลังจึงใช้ทั้งสองอย่าง แต่คนละช่วงเวลากัน

หัวข้อระบบเหยื่อกำจัดปลวกอัดน้ำยาลงดิน
เป้าหมายลดประชากรปลวกในรังที่กำลังเข้าทำลายอาคารทำให้ดินใต้และรอบอาคารเป็นเส้นทางที่ปลวกเข้าได้ยาก
เหมาะกับบ้านที่พบปลวกกำลังทำงาน มีทางเดินดินหรือไม้ถูกกินยังไม่พบปลวก หรือต้องการวางแนวป้องกันต่อเนื่องรายปี
ผลิตภัณฑ์ที่ WERT ใช้วิสดอม เทอร์ไมท์ เบท หรือ ฟีนิกซ์ สารออกฤทธิ์ Chlorfluazuron 0.1% เท่ากันคอมแพ็ค (COMPACT) สารออกฤทธิ์ Fipronil 5% W/V SC ทะเบียน วอส.1330/2554
รอบบริการติดตามประมาณทุก 15 วัน รวม 5 รอบอัดน้ำยารอบใหญ่ปีละ 1 ครั้ง และฉีดพ่นรอบบ้าน 2–5 ครั้งต่อปีตามแพ็กเกจ
ระยะเวลาของงานคอร์สประมาณ 60 วัน ขึ้นกับการตอบสนองของปลวกเป็นสัญญารายปี ต่ออายุได้เมื่อครบกำหนด
การรับประกันต่อเนื่องอีก 60 วันหลังรอบสุดท้าย ครอบคลุมบริเวณที่เคยให้บริการตลอดอายุสัญญารายปี พบปลวกแล้วแจ้ง เข้าตรวจเช็กภายใน 7 วัน ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเจาะพื้นไม่ต้องเจาะพื้นเป็นแนว ติดตั้งสถานีตามจุดที่พบการระบาดบ้านมีท่อใช้หัวรับน้ำยาเดิม บ้านไม่มีท่อต้องประเมินแนวเจาะ
สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องทำห้ามฉีดสเปรย์หรือเคลื่อนย้ายสถานีเหยื่อตลอดคอร์สเก็บของออกจากแนวทำงาน และแจ้งเมื่อมีการต่อเติมหรือถมดินใหม่

ระบบเหยื่อกำจัดปลวกทำงานอย่างไร?

ปลวกงานออกจากรังมาหาอาหารตลอดเวลา ระบบเหยื่ออาศัยพฤติกรรมนี้ โดยติดตั้งสถานีเหยื่อไว้บริเวณที่พบการระบาด ให้ปลวกเข้ากินแล้วนำสารออกฤทธิ์กลับไปแบ่งต่อกันในรัง

WERT ใช้ วิสดอม เทอร์ไมท์ เบท (Wisdom Termite Bait) หรือ ฟีนิกซ์ (PHOENIX) ทั้งสองตัวมีสารออกฤทธิ์ Chlorfluazuron 0.1% เท่ากัน จึงใช้แทนกันได้ในงานเดียวกัน และเป็นสารกลุ่มยับยั้งการสร้างไคทิน ปลวกที่ได้รับสารจะลอกคราบไม่สำเร็จ จำนวนปลวกงานในรังจึงลดลงตามรอบการลอกคราบ ไม่ใช่ตายทันทีตรงจุดที่กิน

ทำไมระบบเหยื่อถึงใช้เวลาประมาณ 60 วัน?

เพราะสารกลุ่มนี้ออกฤทธิ์ช้าโดยตั้งใจ ถ้าปลวกตายเร็วเกินไปตรงสถานี ตัวที่เหลือจะเลิกใช้เส้นทางนั้นและไม่มีใครพาสารกลับรัง

แพ็กเกจระบบเหยื่อของ WERT จึงกำหนดเข้าบริการรวม 5 ครั้ง นัดติดตามประมาณทุก 15 วัน ใช้ระยะบริการประมาณ 60 วัน ส่วนการตอบสนองที่เห็นในแต่ละรอบขึ้นอยู่กับการกินเหยื่อของหน้างานนั้น

ทำไมห้ามฉีดสเปรย์ใกล้สถานีเหยื่อ?

เพราะสเปรย์กำจัดแมลงทั่วไปมีฤทธิ์ไล่ ปลวกจะเลี่ยงบริเวณนั้นทันที เหยื่อที่วางไว้ก็ไม่มีปลวกเข้ากิน และคอร์สทั้งคอร์สเสียเปล่า

ข้อนี้เป็นข้อห้ามที่เขียนไว้ในสัญญาระบบเหยื่อว่าผู้ว่าจ้างจะไม่ฉีดพ่นสารเคมี ไม่ใช้สเปรย์กำจัดแมลง และไม่เคลื่อนย้ายสถานีเหยื่อ บ้านที่มีแม่บ้านหรือคนดูแลสวนจึงควรบอกต่อให้ทุกคนทราบตั้งแต่วันติดตั้ง

ระบบเหยื่อเหมาะกับบ้านแบบไหนเป็นพิเศษ?

เหมาะกับบ้านที่เห็นกิจกรรมปลวกชัดเจน เช่น ทางเดินดินขึ้นผนัง วงกบหรือบัวพื้นที่เคาะแล้วกลวง หรือตู้บิลต์อินที่มีขุยไม้ร่วง เพราะมีตำแหน่งให้วางสถานีและติดตามผลได้จริง

อีกกลุ่มคือบ้านที่ปูพื้นด้วยวัสดุซึ่งเจ้าของไม่ต้องการให้เจาะ หรือโครงสร้างที่เข้าถึงดินใต้อาคารได้ยาก ระบบเหยื่อจึงกลายเป็นทางเลือกที่รบกวนพื้นน้อยกว่า

การอัดน้ำยาลงดินทำงานอย่างไร?

ทีมช่างผสมน้ำยาตามอัตราบนฉลาก แล้วอัดลงท่อใต้โครงสร้างอาคารกรณีมีระบบท่อ หรืออัดลงดินตามแนวฐานรากและจุดเสี่ยงกรณีไม่มีท่อ จากนั้นจึงฉีดพ่นเคลือบหน้าดินและจุดเสี่ยงรอบบ้าน

WERT ใช้ คอมแพ็ค (COMPACT) สารออกฤทธิ์ Fipronil 5% W/V SC ทะเบียนวัตถุอันตราย วอส.1330/2554 ผสมที่อัตรา 1:200 คือน้ำยาเข้มข้น 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร

อัตราอ้างอิงคือ น้ำเปล่าที่ใช้ผสมประมาณ 5 ลิตร ต่อพื้นที่หน้าดิน 1 ตารางเมตร ไม่ใช่น้ำยาเข้มข้น 5 ลิตร ปริมาณที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดพื้นที่ สภาพดิน และโครงสร้างอาคารตามที่สำรวจหน้างาน

ก่อนตัดสินใจ เปิดดูเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ ใบรับรองผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตราย และข้อมูลบริษัทได้ทั้งหมด

บ้านมีท่ออัดน้ำยาเดิม ต่างจากบ้านไม่มีท่ออย่างไร?

บ้านที่วางท่อไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ทีมต่อสายที่หัวรับน้ำยาด้านนอกแล้วอัดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องเจาะพื้นภายใน งานจึงเร็วกว่าและรบกวนบ้านน้อยกว่า

แต่คำว่า “บ้านมีท่อ” ไม่ได้แปลว่าครอบคลุมทุกตารางเมตรใต้บ้าน บางหลังหัวรับน้ำยาถูกปิดทับตอนต่อเติม บางหลังท่อตันหรือแตกโดยที่เจ้าของไม่เคยรู้ ทีมจึงต้องตรวจตำแหน่ง จำนวนจุด และสภาพระบบก่อนเสนอแผนเสมอ

ถ้าไม่แน่ใจว่าบ้านตัวเองมีท่อหรือเปล่า ดูวิธีหาหัวรับน้ำยาและลักษณะของระบบได้ที่ระบบท่ออัดน้ำยาใต้บ้านคืออะไร

ส่วนบ้านที่ไม่มีท่อ ทีมจะประเมินแนวเจาะจากแบบบ้าน แนวคาน ชนิดพื้น ตำแหน่งห้องน้ำกับห้องครัว และส่วนต่อเติม ไม่ได้เจาะเป็นตารางเท่ากันทุกหลัง

บ้านขนาดเท่านี้ต้องใช้น้ำผสมน้ำยากี่ลิตร?

คำนวณคร่าว ๆ เองได้ก่อนนัดสำรวจ เพราะปริมาณน้ำผสมน้ำยาผูกกับพื้นที่ใต้อาคารโดยตรง บ้านพื้นที่ใต้อาคาร 100 ตารางเมตรใช้น้ำเปล่าผสมราว 500 ลิตร คิดเป็นน้ำยาเข้มข้นราว 2.5 ลิตรตามอัตรา 1:200

ลองคำนวณจากขนาดบ้านของคุณในหน้าเครื่องคำนวณแล้วเก็บตัวเลขไว้เทียบกับใบเสนอราคา ตัวเลขที่ได้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ราคาสุดท้าย แต่ช่วยให้ตั้งคำถามได้ถูกจุดเวลาปริมาณในใบเสนอราคาต่ำกว่าพื้นที่จริงมาก

บ้านแบบไหนควรเลือกระบบไหน?

ตารางนี้ย่อจากคำถามที่ทีมสำรวจเจอบ่อยที่สุด ใช้เป็นจุดตั้งต้นก่อนนัดสำรวจได้

สภาพบ้านตอนนี้ระบบที่ควรพิจารณาก่อนเหตุผล
เห็นปลวกกำลังกินวงกบหรือบัวพื้นชัดเจนระบบเหยื่อมีจุดกิจกรรมให้วางสถานีและติดตามผลได้
บ้านมีท่ออัดน้ำยาใต้โครงสร้างและยังไม่พบปลวกอัดน้ำยาลงดินรายปีใช้ระบบเดิมได้เลย ไม่ต้องเจาะพื้นเพิ่ม
ยังไม่พบปลวก แต่อยากลดความเสี่ยงระยะยาวอัดน้ำยาลงดินรายปีเป้าหมายคือปิดเส้นทางจากดิน ไม่ใช่ตามรังที่ยังไม่มี
ปูพื้นใหม่หรือไม่ต้องการให้เจาะพื้นระบบเหยื่อติดตั้งสถานีได้โดยไม่ต้องเปิดแนวเจาะในบ้าน
พบปลวกหลายห้อง หลายแนว และมีส่วนต่อเติมสำรวจทั้งหลังก่อนเลือกมักมีทางเข้ามากกว่าหนึ่งเส้น ตัดสินจากจุดเดียวจะพลาด

อ่านช่องเหตุผลควบคู่ไปด้วยทุกครั้ง เพราะเป็นช่องที่ใช้ตรวจสอบข้อเสนอของบริษัทไหนก็ได้ ไม่ใช่เฉพาะของ WERT

รอบบริการและระดับแพ็กเกจต่างกันแค่ไหน?

แพ็กเกจอัดน้ำยารายปีแบ่งตามจำนวนรอบฉีดพ่นรอบบ้าน คือ Standard 2 ครั้งต่อปี Pro 3 ครั้ง และ Pro Max 5 ครั้ง โดยทุกระดับมีการอัดน้ำยาลงดินรอบใหญ่ปีละ 1 ครั้งเหมือนกัน

ระดับแพ็กเกจยังแบ่งตามพื้นที่ใต้อาคารด้วย คือ Standard ไม่เกิน 65 ตารางเมตร Pro ไม่เกิน 100 ตารางเมตร และ Pro Max ไม่เกิน 140 ตารางเมตร บ้านที่เกิน 140 ตารางเมตรไม่มีระดับสำเร็จรูป ต้องให้ทีมสำรวจแล้วประเมินราคาเฉพาะหน้างาน ส่วนระบบเหยื่อคิดเป็นคอร์ส ไม่ได้คิดรายปี

เทียบรอบบริการและราคาเริ่มต้นของทั้งสองระบบในหน้าเดียวได้ก่อนนัดหน้างาน ราคาจริงยืนยันอีกครั้งหลังสำรวจ เพราะพื้นที่ สภาพดิน และระบบเดิมของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน

ใช้ทั้งสองระบบพร้อมกันได้ไหม?

ได้ และเป็นเรื่องปกติในบ้านที่พบปลวกอยู่แล้วแต่ยังอยากวางระบบป้องกันต่อ ลำดับที่ใช้บ่อยคือจัดการรังที่กำลังทำงานด้วยระบบเหยื่อก่อน แล้วจึงวางแนวป้องกันรายปีต่อเนื่อง

สัญญาอัดน้ำยารายปีของ WERT เขียนไว้ด้วยว่า หากพบปลวกภายในบ้านหรือนอกบ้านหลังให้บริการแล้ว ผู้ว่าจ้างได้ส่วนลดค่าบริการระบบเหยื่อตามอัตราที่ระบุไว้ในสัญญาของงานนั้น

แต่การใช้สองระบบต้องมาจากผลสำรวจ ไม่ใช่ซื้อเพิ่มไว้ก่อนเพราะกลัว ถ้าบ้านยังไม่พบปลวกเลย การวางสถานีเหยื่อทิ้งไว้ก็ไม่มีอะไรให้ติดตาม

4 ความเข้าใจผิดที่ทำให้เลือกผิดระบบ

“ระบบเหยื่อดีกว่าน้ำยาทุกกรณี”

ไม่จริง บ้านที่มีท่อสภาพดีและยังไม่พบปลวก การอัดน้ำยาลงดินตอบโจทย์ตรงกว่า เพราะปัญหาคือทางเข้าจากดิน ไม่ใช่รังที่กำลังทำงานอยู่ในบ้าน

“อัดน้ำยาแล้วปลวกจะไม่กลับมาอีกเลย”

ไม่ควรเชื่อคำนี้จากบริษัทไหนก็ตาม สภาพรอบบ้านเปลี่ยนได้ตลอด ทั้งส่วนต่อเติมใหม่ ท่อรั่ว รอยแตกร้าว และการถมดินเพิ่ม ทุกอย่างสร้างเส้นทางใหม่ให้ปลวกได้ทั้งหมด

“ติดเหยื่อแล้วไม่ต้องตรวจอีก”

ไม่จริง งานเหยื่อคือการติดตาม ไม่ใช่การติดตั้ง แต่ละรอบทีมต้องดูปริมาณการกินเหยื่อ สภาพสถานี และร่องรอยใหม่ แล้วบันทึกไว้ในใบรายงานการบริการพร้อมรูปทุกครั้ง

“เจอปลวกตรงไหน ฉีดสเปรย์ตรงนั้นก่อน”

เป็นสิ่งที่ทำให้งานยากขึ้นที่สุด สเปรย์ทำให้ปลวกย้ายเส้นทางและทิ้งร่องรอยเดิม ทีมจึงหาทางเข้าจริงได้ยากขึ้น ถ้าเจอปลวก ให้ถ่ายรูปจากหลายระยะ จดตำแหน่งกับวันที่ แล้วเก็บบริเวณนั้นไว้ก่อน

สภาพหน้างานแบบไหนที่ทำให้สองบ้านเลือกคนละระบบ?

พื้นที่นี้มีเงื่อนไขที่ทำให้การเลือกระบบไม่เหมือนกันทุกหลัง สี่ข้อนี้คือสิ่งที่ทีมสำรวจถามก่อนเสมอ

  • บ้านจัดสรรใหม่ แถบปลวกแดง นิคมพัฒนา ศรีราชา และบางละมุง หลายโครงการวางท่ออัดน้ำยาไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ควรหาหัวรับน้ำยารอบบ้านและตรวจว่ายังใช้งานได้ก่อนตัดสินใจ
  • บ้านเก่าที่ต่อเติมครัวหรือห้องน้ำหลังบ้าน ส่วนต่อเติมมักไม่มีระบบป้องกันเดิม และเป็นจุดที่พบปลวกบ่อยที่สุดจุดหนึ่ง
  • พื้นที่ชายทะเล อย่างบ้านฉาง สัตหีบ และบางแสน ดินเป็นทรายระบายน้ำเร็ว ปริมาณและจุดลงน้ำยาต้องประเมินหน้างาน ใช้ตัวเลขเดียวกับดินเหนียวไม่ได้
  • ฤดูฝนช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคม กระทบวันนัดอัดน้ำยาโดยตรง เพราะดินที่อิ่มน้ำหรือมีน้ำไหลบ่าผ่านแนวทำงานทำให้น้ำยาไม่ลงไปอยู่ในชั้นดินตามที่ควร งานไหนเดินต่อได้และงานไหนควรเลื่อน อ่านได้ที่อัดน้ำยาวันฝนตกทำได้ไหม

ดูรายละเอียดพื้นที่และลักษณะหน้างานได้ที่หน้าบริการกำจัดปลวกระยอง และหน้าบริการกำจัดปลวกชลบุรี ซึ่งแยกอำเภอที่รับนัดหมายไว้ชัดเจน

ทีมสำรวจดูอะไรก่อนแนะนำระบบ?

การสำรวจที่ใช้ได้จริงต้องตอบห้าเรื่องนี้ให้ครบ ก่อนที่ใครจะเอ่ยชื่อแพ็กเกจ

  1. จุดที่พบปลวก เป็นทางเดินดินที่ยังมีปลวกทำงาน ร่องรอยเก่า หรือความเสียหายจากความชื้นและเชื้อรา
  2. เส้นทางจากดินสู่อาคาร ทั้งรอยต่อพื้นกับผนัง ช่องท่อ แนวสวนชิดบ้าน และส่วนต่อเติม
  3. แหล่งความชื้น ใต้ซิงก์ ห้องน้ำ ท่อรั่ว ผนังชื้น และจุดระบายน้ำที่ไหลไม่ทัน
  4. ระบบเดิมของบ้าน มีท่อหรือไม่ ท่ออยู่ตรงไหน เคยทำระบบใดไว้ และยังใช้งานได้หรือเปล่า
  5. เงื่อนไขของเจ้าของบ้าน ยอมให้เจาะพื้นได้แค่ไหน อยากเน้นแก้ปัญหาที่เกิดอยู่หรือป้องกันระยะยาว และบ้านมีเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือตู้ปลาหรือไม่ ซึ่งมีข้อควรเตรียมก่อนวันเข้าบริการแยกไว้ต่างหาก

ก่อนเซ็นสัญญา ต้องให้เขียนอะไรลงในใบเสนอราคา?

ห้าคำถามนี้ใช้ได้กับทุกบริษัท ไม่ใช่เฉพาะ WERT และคำตอบควรอยู่ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าอยากฟังจากมุมของคนที่ใช้บริการไปแล้ว อ่านความเห็นที่ลูกค้าเขียนไว้ ประกอบได้

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร สารออกฤทธิ์ตัวไหน และมีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายหรือไม่
  2. เข้าบริการกี่รอบ ห่างกันกี่วัน และนับจากวันไหนถึงวันไหน
  3. รับประกันถึงวันที่เท่าไร และถ้าพบปลวกระหว่างสัญญา เข้าตรวจภายในกี่วัน
  4. มีใบรายงานการบริการพร้อมรูปทุกครั้งที่เข้างานหรือไม่
  5. ถ้าบ้านต่อเติมเพิ่มระหว่างสัญญา ต้องแจ้งไหม และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าไร
    ถ้าอยากให้ทีมช่วยดูก่อน ส่งรูปจุดที่พบพร้อมแจ้งตำแหน่งบ้านได้ที่หน้าติดต่อและนัดสำรวจหน้างาน การสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่บริการหลักไม่มีค่าใช้จ่าย อยากเห็นว่างานของทั้งสองระบบหน้าตาเป็นอย่างไร เปิดดูอัลบั้มงานจริงที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ ก่อนก็ได้

สรุป: ระบบเหยื่อหรืออัดน้ำยาลงดิน เลือกอย่างไร?

พบปลวกกำลังทำงานอยู่ในบ้าน ให้เริ่มที่ระบบเหยื่อ ยังไม่พบปลวกและต้องการวางแนวป้องกันต่อเนื่อง ให้เริ่มที่การอัดน้ำยาลงดินรายปี พบหลายจุดหรือบ้านมีส่วนต่อเติม ให้สำรวจทั้งหลังก่อนตัดสินใจ

เกณฑ์ที่ใช้ไม่ได้คือระบบไหนฟังดูแรงกว่า เพราะสองระบบนี้ทำงานคนละหลักการ จึงวัดกันที่ความเหมาะสมกับสภาพบ้านและระดับปัญหาที่เจอจริง

คำถามที่พบบ่อย

ระบบเหยื่อกำจัดปลวกใช้เวลากี่วันจึงจะเห็นผล?

แพ็กเกจระบบเหยื่อของ WERT กำหนดเข้าบริการรวม 5 ครั้ง นัดติดตามประมาณทุก 15 วัน ใช้ระยะบริการประมาณ 60 วัน ผลที่เห็นในแต่ละรอบขึ้นอยู่กับการกินเหยื่อและการตอบสนองของปลวกในแต่ละหน้างาน หลังรอบสุดท้ายยังมีระยะรับประกันต่อเนื่องอีก 60 วันตามเงื่อนไขในใบเสนอราคา

อัดน้ำยาลงดินต้องเจาะพื้นบ้านทุกหลังหรือไม่?

ไม่ทุกหลัง บ้านที่วางท่ออัดน้ำยาไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ทีมต่อสายที่หัวรับน้ำยาด้านนอกแล้วอัดเข้าระบบได้เลย ส่วนบ้านที่ไม่มีท่อ ทีมจะประเมินแนวเจาะจากแบบบ้าน แนวคาน ชนิดพื้น ตำแหน่งห้องน้ำกับห้องครัว และส่วนต่อเติม ไม่ได้เจาะเป็นตารางเท่ากันทุกหลัง

ระหว่างติดตั้งสถานีเหยื่อ ฉีดสเปรย์กำจัดยุงในบ้านได้ไหม?

ไม่ควร เพราะสเปรย์กำจัดแมลงทั่วไปมีฤทธิ์ไล่ ปลวกจะเลี่ยงบริเวณนั้นและไม่เข้ากินเหยื่อ สัญญาระบบเหยื่อระบุเป็นข้อห้ามว่าผู้ว่าจ้างจะไม่ฉีดพ่นสารเคมี ไม่ใช้สเปรย์กำจัดแมลง และไม่เคลื่อนย้ายสถานีเหยื่อ ถ้าจำเป็นต้องจัดการแมลงชนิดอื่น ให้แจ้งทีมก่อนเพื่อวางแผนร่วมกัน

ทำระบบเหยื่อจบคอร์สแล้ว ต้องทำอัดน้ำยารายปีต่อหรือไม่?

ไม่บังคับ แต่ควรพิจารณา เพราะระบบเหยื่อจัดการรังที่กำลังทำงานอยู่ ส่วนการอัดน้ำยาลงดินทำหน้าที่ปิดเส้นทางจากดินในระยะยาว บ้านที่เคยพบปลวกแล้วมักมีเงื่อนไขที่ดึงดูดปลวกอยู่เดิม เช่น ความชื้นหรือส่วนต่อเติมที่ไม่มีระบบป้องกัน จึงควรให้ทีมประเมินหลังจบคอร์สอีกครั้ง

บ้านพื้นที่ใต้อาคารเกิน 140 ตารางเมตร ใช้แพ็กเกจไหน?

ไม่มีระดับสำเร็จรูป แพ็กเกจอัดน้ำยารายปีแบ่งตามพื้นที่ใต้อาคารคือ Standard ไม่เกิน 65 ตารางเมตร Pro ไม่เกิน 100 ตารางเมตร และ Pro Max ไม่เกิน 140 ตารางเมตร บ้านที่เกินกว่านั้นต้องให้ทีมสำรวจหน้างานแล้วประเมินราคาเฉพาะหลัง เพราะปริมาณน้ำผสมน้ำยาและจำนวนจุดทำงานต่างกันมาก

WERT ให้บริการทั้งสองระบบในอำเภอไหนบ้าง?

ระยองรับนัดหมายในเมืองระยอง บ้านฉาง ปลวกแดง นิคมพัฒนา บ้านค่าย แกลง วังจันทร์ และเขาชะเมา ส่วนชลบุรีรับในเมืองชลบุรี ศรีราชา บางแสน พัทยา สัตหีบ บางละมุง และบ้านบึง ทีมจะยืนยันคิวและเงื่อนไขตามตำแหน่งกับลักษณะหน้างานก่อนเดินทาง

บริการในพื้นที่

ให้ทีม WERT ช่วยประเมินหน้างานจริง

อ่านรายละเอียดพื้นที่ วิธีบริการ ผลงาน และเงื่อนไขนัดสำรวจก่อนเลือกแผนที่เหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณ

Related articles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →